ทนายเผยคำพูดแรก พี่สาวเจ้าของโรงเบียร์ กับที่มาเงินเยียวยา 10,000 บาท ทำไมเพิ่งได้แค่นี้ ย้ำเป็นการเยียวยาเบื้องต้น ไม่ได้ตัดสิทธิใด ๆ พร้อมเผยอาการล่าสุดเจ้าของโรงเบียร์
-000_3.jpg)
ภาพจาก โหนกระแส
วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 รายการโหนกระแส ทางช่อง 3 มีการนำเสนอเรื่องราวต่อเนื่องเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โดยกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายมาร่วมรายการ พร้อมทนายความฝั่งโรงเบียร์
โดย ไอซ์ หัวหน้าวงทศกัณฐ์ เล่าว่า ตนยุ่งอยู่กับงานศพของ บรีส แฟนสาว กระทั่งต่อมาแม่ของ ดิน โทร. มาหาช่วงกลางดึกเพื่อบอกให้ไปดูใจน้อง เพราะน้องน่าจะรออยู่ วันรุ่งขึ้นตนจึงไปหาดิน พบว่าน้องยังรออยู่แต่ไม่รู้สึกตัวแล้ว ตนจึงเข้าไปลาน้อง บอกว่าไม่ต้องทรมานแล้ว พี่มาหาแล้ว และฝากให้ไปจับมือดูแลเพื่อนอีก 3 คนที่จากไปก่อนหน้าด้วย รวมถึงสัญญาว่าจะช่วยดินดูแลเรื่องครอบครัวและแม่ให้
ภาพจาก โหนกระแส
สำหรับอาการบาดเจ็บของดิน แพทย์แจ้งว่ามีแผลไฟไหม้ตามร่างกายถึง 80% รวมถึงดินมีการกลืนความร้อนเข้าไปภายใน ทำให้มีอาการปอดและไตวาย โดยหลังจากที่ไอซ์ไปเยี่ยม ชีพจรของดินก็ค่อย ๆ ลดลง จนในช่วงเย็นขณะที่ไอซ์กำลังเตรียมงานศพของแฟนอยู่ที่วัด แม่ของดินก็โทร. มาแจ้งว่า ดินเสียชีวิตแล้ว
ขณะที่ เปิ้ล หนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยว่าตนเป็นลูกค้าประจำ วันนั้นนั่งอยู่โต๊ะ 141 ซึ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ เนื่องจากตนชอบวงดนตรีที่เล่นจึงชวนอีก 2 คน ย้ายไปนั่งด้านหน้าเวทีเพื่อให้ใกล้ชิดกับน้อง ๆ แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกแปลก ได้กลิ่นเหมือนไหม้และหายใจไม่สะดวก จึงชวนน้องอีกคน (ที่รอดชีวิต) ออกไปข้างนอก โดยชวนไปสูบบุหรี่ด้วยกัน
ภาพจาก โหนกระแส
ปกติตนไม่สูบบุหรี่ แต่ก็พูดออกไปแบบนั้น จากนั้นเมื่อเธอเดินออกไป น้องที่รอดด้วยกันเขายังไม่ไป เธอจึงยืนรอ ชวนให้ออกไปกันเร็ว ๆ สักพักน้องก็เดินกลับไปโทรศัพท์ที่โต๊ะ แล้วเดินไปหาเธอด้านนอก
แค่สักพัก ยังไม่ทันสูบบุหรี่หรืออะไร พวกเธอก็สังเกตเห็นควันอะไรสักอย่างขึ้นออกมาจากหลังคา ข้างนอกตอนนั้นมีแค่เธอกับน้อง และการ์ด เธอจึงรีบสะกิดบอกการ์ดหน้าประตูว่ามีควัน วินาทีต่อมาเมื่อมองไปทางเวทีก็เห็นประกายไฟ เหมือนไฟช็อตอยู่บริเวณมือกลองหรือเบส จากนั้นก็เริ่มมืดและมีเสียงคนโวยวาย
น้องคนที่รอดชีวิตพยายามวิ่งกลับเข้าไปในร้านเพื่อเรียกเพื่อน แต่เข้าประตูไปไม่ได้เพราะควันและเปลวไฟพุ่งออกมเาเร็วมาก ขณะที่เปิ้ลก็พยายามจะวิ่งเข้าไปช่วยคู่สามีภรรยาที่ตนชวนมาด้วยกัน แต่ถูกน้องที่รอดดึงตัวไว้
ตนพยายามวิ่งหาทั้งคู่ไปทุกประตู มีการทุบกระจกข้างร้านเพื่อให้ทั้งคู่ได้ยินเสียงและหาทางออกมา แต่ควันหนาแน่นมากจนมองไม่เห็นอะไร
ภาพจาก โหนกระแส
กระทั่งตนนั่งหมดแรงอยู่ด้านหลัง ก็เห็นเจ้าหน้าที่เข็นน้อง ๆ ออกมาในสภาพหมดสติจากการสูดควัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นำผ้าขาวมาปิดร่างไว้
ทั้งนี้ นายนิธิรุจน์ เจติยาธีรนันท์ ทนายของฝั่งโรงเบียร์ เผยในรายการว่า ตนได้รับการติดต่อจากพี่สาวเจ้าของร้าน ให้ดูเรื่องที่เป็นข่าวอยู่ ซึ่งตนดูแล้วก็พบว่าเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อไปพบกับทางพี่สาว ภาพแรกที่เห็นคือเขาน้ำตาไหล แล้วบอกตนว่า "เรื่องนี้จะเป็นตราบาปของน้องชายพี่ และครอบครัวพี่ ไปตลอดชีวิต"
ภาพจาก โหนกระแส
สำหรับแนวทางตอนนี้ ทางพี่สาวเจ้าของโรงเบียร์เผยว่า ทรัพย์สินของน้องชายเท่าที่เขาเจอมีอยู่แค่จำนวนหนึ่ง ซึ่งพอสำหรับเยียวยาผู้เสียชีวิต 33 ราย เบื้องต้นรายละ 10,000 บาท เท่านั้น
สาเหตุที่ให้ได้เท่านี้เพราะทางเจ้าของร้านยังไม่ฟื้น แล้วเขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเอกสารของร้านหรือทรัพย์สินตรงไหน มีอะไรบ้าง ต้องรอน้องชายเซ็นเอกสาร จึงเป็นที่มาของเงินดังกล่าว ส่วนคนที่มีชื่อในเอกสารอีกคนนั้นไม่ใช่พี่สาว จะเป็นคุณแม่ แต่ทนายก็ยังไม่ได้คุยว่าทำไมถึงต้องเอาชื่อคุณแม่ไปใส่ คุณแม่เกี่ยวข้องหรือไม่
โดยทนายยืนยันว่า ได้แจ้งญาติทุกคนว่ามีเจตนาการช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งจะไม่มีผลหรือไปตัดสิทธิ์ในส่วนอื่น มีการแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ภาพจาก โหนกระแส
ส่วนเจ้าของโรงเบียร์ ตอนนี้ฟื้นขึ้นมาแล้วแต่อาการไม่ดีมาก แค่พอจะเขียนตอบได้ แต่คุณหมอยังบอกว่าที่เขาฟื้นขึ้นมานั้นไม่ได้แปลว่าอาการจะดีมาก เลือดยังเป็นสีดำ ซึ่งตรงนี้ทางทนายก็ไม่มั่นใจว่าหมายถึงอะไร
เมื่อพี่สาวถามเจ้าของร้านว่าเข้าไปทำไม มีการเขียนตอบว่า "ผมออกมาได้แล้ว แต่เข้าไปช่วยลูกค้า ออกมาคนสุดท้าย"
ภาพจาก โหนกระแส
ขอบคุณข้อมูลจาก
โหนกระแส






