โครงการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริเวณโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.) จังหวัดนครนายก นับเป็นอีกหนึ่งโครงการต้นแบบด้านการพัฒนาการเกษตรที่สะท้อนพระราชปณิธานในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเล็งเห็นว่าควรพัฒนาพื้นที่รกร้างภายใน รร.จปร. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการเกษตร การเรียนรู้ และการพัฒนาชุมชน
นายอานนท์ นนทรี อธิบดีกรมการข้าว ระบุว่า โครงการเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2542 จากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนาและโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรตามหลัก "พออยู่ พอกิน" และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปิดโอกาสให้ประชาชน เกษตรกร และหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม
ต่อมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่แห่งนี้เป็นแปลงสาธิตการเกษตรสำหรับนักเรียนนายร้อย เพื่อให้ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เข้าใจวิถีชีวิตของเกษตรกร และสามารถนำประสบการณ์ไปปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับประชาชนในอนาคต อันเป็นการสร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐกับชุมชนผ่านการเรียนรู้ด้านการเกษตร ซึ่งในปัจจุบัน ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กรมการข้าว ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ โดยกองประสานงานโครงการพระราชดำริ ได้สนับสนุนงบประมาณ ให้กับทางศูนย์ฯ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริเวณโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.) จังหวัดนครนายก ในการจัดกิจกรรมแปลงสาธิตจำนวน 8 ไร่ และจัดเตรียมการดำเนินการปลูกข้าวในฤดูนาปี 2569 นี้ โดยนำองค์ความรู้ด้านการวิจัยและเทคโนโลยีการผลิตข้าวสมัยใหม่มาบูรณาการกับแปลงสาธิต เพื่อให้เป็นพื้นที่ถ่ายทอดนวัตกรรมการเกษตรที่ใช้ได้จริง ตั้งแต่การทดสอบพันธุ์ข้าวใหม่ การประเมินศักยภาพผลผลิต ตลอดจนการสาธิตเทคนิคการเพาะปลูกที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
นายเฉลิมชาติ ฤาไชยคาม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กล่าวว่า หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ กข99 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่เพิ่งได้รับการรับรอง โดยใช้วิธีการหว่านน้ำตมที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นอกจากนี้ยังส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเหนียวลูกผสม กวก.ชัยนาท 2 ในช่วงหลังฤดูทำนาหรือในพื้นที่นอกเขตชลประทาน เพื่อเป็นตัวอย่างของการปลูกพืชใช้น้ำน้อย ช่วยเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ตลอดทั้งปี แปลงสาธิตแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนห้องทดลองที่มีชีวิต ที่เชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่แปลงนาจริง ให้เกษตรกรได้เห็นผลลัพธ์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่และนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ตนเอง
แม้ว่าพื้นที่โครงการจะมีข้อจำกัดจากสภาพดินเหนียวปนทราย ดินเปรี้ยว และดินลูกรังที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดนครนายก และหน่วยงานภาคี ได้ร่วมกันปรับปรุงคุณภาพดินอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกปอเทืองเป็นปุ๋ยพืชสด การใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าว และการปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ ส่งผลให้ดินมีความสมบูรณ์ขึ้นจนสามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนจากความสำเร็จที่ข้าวพันธุ์ กข99 สามารถให้ผลผลิตได้มากกว่า 4 ตันจากพื้นที่เพียง 8 ไร่ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าการใช้องค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกับการบริหารจัดการที่ดี สามารถยกระดับการผลิตได้แม้ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร
นอกจากการพัฒนาแปลงนาแล้ว โครงการยังส่งเสริมการทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อความยั่งยืน ทั้งการปลูกไม้ผล พืชผักสวนครัว การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ มะพร้าวน้ำหอม การเลี้ยงไก่ไข่ สุกร และปลาน้ำจืด รวมถึงการบริหารจัดการน้ำให้รองรับการทำเกษตรได้ตลอดปี จนกลายเป็นต้นแบบระบบเกษตรพึ่งพาตนเอง โดยผลผลิตและองค์ความรู้ที่ได้ยังมีการส่งต่อเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่สำนักงานเกษตรจังหวัดและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครนายก เพื่อกระจายสู่เกษตรกรนำไปทดลองปลูก ขยายผลงานวิจัยจากภาครัฐสู่ภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม
ในแต่ละปี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญในการสืบสานและต่อยอดโครงการ ขณะเดียวกัน นักเรียนนายร้อยก็ ได้มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน หว่านเมล็ด ดูแลรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและเข้าใจวิถีชีวิตเกษตรกรอย่างลึกซึ้ง
ปัจจุบัน โครงการพัฒนาพื้นที่ว่างเปล่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บริเวณโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จึงเป็นมากกว่าแปลงสาธิต แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงที่เปิดต้อนรับประชาชนทั่วไป และเป็นต้นแบบของการบูรณาการเทคโนโลยีการผลิตข้าวร่วมกับการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและขับเคลื่อนเกษตรกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน








