เขาอาย เคยบอกภรรยาไปแบบนี้ เวลาได้ยินเสียงเพลงจากลำโพงติดรถแว่วมา ล้วนเป็นเสียงร้องจากต่าย อรทัย สลับมนต์แคน แก่นคูณ หรือไมค์ ภิรมย์พร ดังเป็นสัญญาณว่ารถส้มตำจะขับผ่านหน้าบ้านเช่า ก่อนที่กลิ่นปิ้งย่างจากส่วนต่างๆ ของไก่และแหนมเนื้อสีชมพูจะลอยมายั่วน้ำลายจนท้องร้องประท้วง

อายอะไร ภรรยาถาม อายที่จะซื้อส้มตำกินน่ะเหรอ บ้า ปากเรา ท้องเรา เงินเรา จะซื้อจะกินอะไรใครมันห้าม ภรรยานิ่วหน้าและพูด เขาได้แต่นิ่ง ก็จริง แอบคิดในใจ แล้วการที่เราอุดหนุนส้มตำจากคนอีสานที่มาหากินที่ใต้ผิดตรงไหน ไม่ผิดเลย เขาคิดต่อ แล้วจะกลัวหรือกังวลอะไร นั่นสิ เขาได้แต่รำพึง ก่อนจะหันไปมองร้านชำข้างๆ

ก่อนที่เขากับภรรยาจะมาเช่าบ้านหลังนี้ ป้าร้านชำข้างๆ เคยบอกว่าสองผัวเมียขายส้มตำรถเร่เคยเช่าบ้านหลังนี้มาก่อน ป้าร้านชำยืนถือไม้กวาดก่อนจะวางลงพื้นปูนขัดมัน ยืนกางปีกเหมือนกา ทำท่าปากยื่นเล่า

คนขับเป็นผัว ตัวนั่งปิ้งนั่งขายนั่งตำส้มตำทำลาบเป็นเมีย ป้าร้านชำกำลังหมายถึงผู้ชายท่าทางอ้อนแอ้นคนที่นั่งท้ายกระบะดัดแปลงมุงหลังคา มีเตาถ่านปิ้งย่างควันโขมงนั่นเป็นกะเทย จริงๆ มันขาพิการนะ ไม่รู้ว่าแต่กำเนิดหรืออุบัติเหตุ ไม่กล้าถาม ป้าร้านชำเอียงคอว่า แต่เขากับภรรยามองหน้า ในดวงตาที่สบกันเหมือนรู้ ถ้าป้าเล่นเล่าขนาดนี้แล้วไม่รู้ลึกรู้จริง คงไม่เป็นแม่ค้า หากแต่คงดูท่าทีสองเราก่อนและยังคงไม่สนิทกันเท่าไรมากกว่า

เนี่ย มันมาหากินที่นี่กันหลายปีแล้ว แรกๆ มีหมูพวงขายด้วย ป้าร้านชำหมายถึงเนื้อหมูหั่นเป็นริ้วๆ ร้อยตอก ขายพวงละสิบบาท ขายดี ขายคู่กับแจ่วบอง แต่ขายได้ไม่นาน ไม่รู้ใครปล่อยข่าวว่าไม่ใช่หมูพวง แต่เป็นหมาพวง แล้วป้าร้านชำที่พูดไปขยิบตาไปก็หัวเราะ ไม่รู้จริงมั้ย คนสกลกินหมา แต่สองคนนี้ไม่ได้มาจากสกลนะ พวกมันมาจากอุบล

อ้าว เขากับภรรยาหันมามองตากันอีกครั้ง คนที่ปล่อยข่าวนั่นแหละปากหมา ใครนะช่างกล้า คนทำมาหากินสุจริตกลับใส่ร้ายป้ายขี้ เรื่องอะไรกันวะเนี่ย เขาพ่นความในใจ อยากจะปลีกตัวเพราะไม่อยากฟังเรื่องคนอื่นแต่ก็หาจังหวะขยับตูดนั่งไม่ติดบนม้านั่งไม่ได้ ทั้งๆ ที่กาแฟกระป๋องในมือเขากระดกหมดไปนานแล้ว หลังจากเดินดูรอบบ้านที่ยังมีร่องรอยแปลงปลูกผักพวกพริก โหระพา สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง ตะไคร้ กะเพรา ผักกาดที่คงจะเอาไว้ใช้ขายส้มตำ ยำ ลาบ

อย่าเพิ่งรีบกลับ คุยกันก่อน ป้าร้านชำคงเหงา พอเห็นคนแปลกหน้าเป็นเหยื่อเรื่องซุบซิบก็น้ำลายแตกฟองฟอด ภรรยาเห็นเขาทำหน้าเบื่อก่อนจะถอนหายใจ สองผัวเมียนี่เก่งนะ มาขายส้มตำที่นี่ออกรถเก๋งได้สองคัน ส่งเงินกลับบ้านซื้อสวนยางได้ 7-8 ไร่แล้ว

ก็เรื่องของเขาไหมเล่า เขาคิดในใจก่อนส่ายหัว แต่เรื่องผู้ชายคนเป็นเมียขาพิการนั่งปิ้งนั่งยำตำส้มตำทำลาบหลังรถกระบะมุงหลังคายังค้างคาใจ

เขากับภรรยาเคยอุดหนุนส้มตำรถเร่หลายครั้ง เพราะขี้เกียจทำกับข้าว บางทีเอาสะดวกว่า และกะเทยขาพิการก็อัธยาศัยดี ยิ้ม ชวนคุย ฝีมือทำส้มตำไม่ต้องพูดถึง แซ่บหลายยยยยยยยย แต่เขากับภรรยาก็ไม่ได้ยินเสียงเพลงจากนักร้องอีสานแว่วผ่านลำโพงเป็นเดือนๆ นึกว่าถ้าไม่กลับอีสานไปช่วยครอบครัวทำนา ก็อาจเปลี่ยนอาชีพใหม่ หลังๆ เขาได้ยินผัวเมียคู่นี้บ่นว่าขายไม่ดี ไม่มีคนซื้อเหมือนแต่ก่อน ไม่รู้เพราะอะไร

แล้วเขากับภรรยาก็มาเจอสองผัวเมียนี้ที่ตลาดนัดไกลบ้าน พอกะเทยเห็นภรรยาเขาก็ร้องทักดีใจ มาเดินตลาดไกลกันถึงนี่เลยนะ แล้วบทสนทนาก็ทะลักไหลเหมือนฝนรั่ว

เขาลืมเล่าว่ารถกระบะคันที่ขายส้มตำเร่ไปเรื่อยๆ ออกจากบ้านตั้งแต่สิบโมง เลี้ยวไม่รู้กี่โค้งก่อนกลับเข้าบ้านหลังหกโมงเคารพธงชาติ วันไหนขายดี ของหมดก่อนก็ได้พักผ่อนยืดเส้นสายเร็วหน่อย วันไหนขายไม่ดีก็นั่งหาวน้ำตาเล็ด น้ำมันแพงด้วยไม่คุ้ม มาขายที่ตลาดนัดนี่ขายดีกว่า หมุนไปเรื่อยๆ อย่างตลาดนัดที่นี่ก็อังคาร พฤหัส เสาร์ ก่อนจะไปอีกที่พุธ ศุกร์ อาทิตย์ ว่างวันจันทร์หยุดอยู่บ้านเช่าดูซีรีส์ ซักผ้า

ภรรยาจึงคุยกับสองผัวเมีย ระหว่างที่เขาไปเดินเลื้อกซื้อกับข้าว ตลาดนัดนี้ผู้คนพลุกพล่าน มีปลาสดหลายแผง ปลาทูตัวเท่าสองนิ้วติดราคา กก.ละ 70- พอเอาครึ่งโลคิด 40- เออ ตกเลขหรือโกงตาใส เขาได้แต่ส่ายหัว ภรรยาเล่าหลังกลับขึ้นรถว่าที่ไม่เห็นรถเร่กับเสียงเอื้อนของต่าย อรทัย เพราะขายไม่ดี ไม่มีคนซื้อเลย แปลกมาก ไม่ใช่เรื่องขึ้นราคา ฝีมือตก ลืมใส่ผงชูรสอะไรหรอก มันเรื่องการเมือง การเมืองล้วนๆ คนอีสานเขาเสื้อแดง เลือกเพื่อไทย คนที่นี่มันเลือดสีฟ้า หลงคารมคนดีประชาธิปัตย์ อ้อ เขาอุทาน พยักหน้าหงึกเข้าใจ ก่อนจะหัวเราะหึกับคำว่าคนดีที่ภรรยาเหน็บ ไอ้เรื่องหมูพวงหมาพวงนั่นก็คงการเมืองเหมือนกัน เขาอดนึกไม่ได้ว่าคนที่ปล่อยข่าวก็น่าจะป้าร้านชำนั่นแหละ อคติอะไรกันนักหนา คนเขาทำมาหากิน

ป้าร้านชำมายืนชะโงกดูเราหลังกลับจากตลาดนัด เขากับภรรยามองตา วันนี้ท้องฟ้าทิศตะวันตกสีทองสะท้อนเมฆรูปเกล็ดปลา คงมีเรื่องอะไรอยากเล่าหรือถาม แล้วก็จริง เพราะคงเห็นภรรยาปลูกมะละกอพันธุ์ดำเนินหลายต้นบนพื้นที่ว่างหลังบ้าน มันโตกำลังออกลูกงามเท่าแขน ที่ปลูกเพราะกินส้มตำบ่อย เป็นคนใต้ที่มักส้มตำ เว้าซื่อๆ แหลงง่ายๆ และสองผัวเมียรถเร่ขายส้มตำเคยแนะนำ เขาจะมารับถึงที่ กก.ละ 7-8 บาท แล้วป้าข้างบ้านก็เล่าว่า ที่ต้นมะละกอเขียวงาม เหตุผลตรงนั้นพวกผัวเมียอีสานมักง่ายเคยใช้เป็นที่เผาขยะ แต่ก่อนนะ เลือดไก่ เครื่องในไก่ เททิ้งหลังบ้านแมลงวันตอมหึ่ง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าจนต้องบอกกับเจ้าของบ้านให้มาเตือน ไปๆ มาๆ สองผัวเมียนั่นขอย้ายออก เออก็ดี ป้าก็ไม่อยากให้อยู่หรอก กลางค่ำกลางคืนบางทีได้ยินเสียงร้องเสียงครางแปลกๆ ชาติเปรต อุบาทว์พวกชายชาย ภรรยาบอกเขาว่าป้าร้านชำไม่พูดเปล่า เบ้ปากด้วย เรื่องของเขา เอาแต่สอดส่อง ลักซาบ ใครมันจะชอบ นี่นานๆ ไป เราสองคนอาจจะโดนบ้าง ภรรยาพูด เขาได้แต่นิ่งเงียบ

บ่น่าเซื่อเนาะว่าเฮาสิมาพ้อกัน…” เขาได้ยินเสียงเพลงลอยมา คงเป็นรถส้มตำเร่คันสีชมพูของสองผัวเมียคนอุบล เออแปลก วันนี้บ่ายคล้อยแดดหุบแล้ว เขาคิด ไหงช่วงนี้กลับมาขับรถตระเวนขายลาบ ยำ ส้มตำ ปิ้งย่างอีก ดีๆ เลย หอมกลิ่นปีกไก่ย่างกับตับกับกึ๋นลอยลม เขานึก มะละกอหลังบ้านกำลังงาม คงได้เวลาขายแลกส้มตำบ้าง ไม่ทันภรรยารีบถือจานออกไปสั่ง เขาได้ยินเสียงครกสากกระทบกันโป้กเป้ก

ไหนช่วงนี้กลับมาขับรถขายอีก ภรรยาถาม

กะเทยยิ้ม สองมือสาละวนกับส้มตำปลาร้ากุ้งสด ก่อนจะหันมองร้านชำ

คงขายดีเกิน พ่อค้าแม่ค้าแผงข้างๆ ชอบพูดจาแขวะใส่ กดดันไล่ ไม่ให้ขาย กะเทยว่า

เอ้า จริงเหรอ มีแบบนี้ด้วย ภรรยาขมวดคิ้ว

การเมืองมีทุกที่จ้ะเอื้อย กะเทยพึมพำ ก่อนจะใช้ทัพพีพลาสติกตักส้มตำจากครกใส่จานกระเบื้องสีฟ้าที่ภรรยาถือยื่นให้ น้ำปลาร้าสีดำกับพริกสีแดงๆ คงแซ่บนัวได้ที่

ระหว่างนั้นเขากับผัวแม่ค้าส้มตำเดินไปหลังบ้าน ไปดูมะละกอ

เป็นไงบ้างช่วงนี้ เขาถามอายๆ

ขายไม่ค่อยดีอ้าย แต่ก็ต้องขาย รถยังต้องผ่อน บ้านก็ต้องเช่า

แล้วได้กลับอีสานบ้างมั้ย เขามองหน้าอีกฝ่าย รู้สึกเขินกับคำพูดตัวเอง

ว่าจะพากันกลับช่วงเกี่ยวข้าว เผื่อได้ขนเอาข้าวเหนียวขึ้นมานึ่งขายที่นี่

ได้หายใจอยู่ใกล้ๆ กัน จนฮอดมื้อตาย ได้ซ่ำนี้กะพอ เสียงไมค์ ภิรมย์พรจากลำโพงยังเป็นเอกลักษณ์ ฟังรื่นหู เขาเห็นสองผัวเมียขยันขันแข็งแล้วก็อมยิ้ม จะไม่ให้อุดหนุนเป็นกำลังใจกันได้ยังไง

ชายคาเรื่องสั้นเป็นกิจกรรมน้ำหมึกโดย ‘คณะเขียน’ ซึ่งเปิดพื้นที่วรรณกรรมมากว่าทศวรรษ ก่อนย้ายตัวเองจากสิ่งพิมพ์มาสู่ออนไลน์ตั้งแต่มกราคม 2022 โดยนักเขียนที่สนใจสามารถส่งประกวดเพื่อคัดเลือกเรื่องสั้นที่ดีที่สุดของแต่ละเดือนมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ The Isaan Record อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจชายคาเรื่องสั้น

image_pdfimage_print

Author

ชาคริต แก้วทันคำ
นักเขียนและนักวิจารณ์วรรณกรรม มีผลงานรวมเล่มล่าสุดกับสำนักพิมพ์ตำหนัก แคนโต้และจินตภาพสามบรรทัด “ดินเนอร์ในสวนจักรวาลหิ่งห้อย” (2566)