
แข้งลาโรฆ่าดวลทัพปีศาจแดงคืนวันศุกร์ 10 ก.ค. ที่สนามโซฟายสเตเดียม ลอสแอนเจลิส เปิดสถิติเจอกันและฟอร์มล่าสุดทั้งสองทีม
ทีมชาติสเปนพบกับทีมชาติเบลเยียม ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คืนวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมนี้ ที่สนามโซฟายสเตเดียม เมืองอิงเกิลวูด นครลอสแอนเจลิส เตะเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ตรงกับเวลาประมาณ 02.00 น. ของเช้าวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย
สนามโซฟายสเตเดียม ความจุ 70,242 ที่นั่ง เป็นรังเหย้าของทีม NFL อย่างลอสแอนเจลิส แรมส์ และลอสแอนเจลิส ชาร์เจอร์ส คู่นี้จะเป็นแมตช์บอลโลกนัดที่ 8 และนัดสุดท้ายที่สนามแห่งนี้จัดในทัวร์นาเมนต์นี้ World Soccer Talk ระบุว่าสนามแห่งนี้เคยจัดเกมรอบแบ่งกลุ่มที่สเปนถล่มออสเตรีย 3-0 มาแล้ว
อันดับโลกและฟอร์มการเล่น
สเปนอยู่อันดับ 2 ของโลกตามการจัดอันดับฟีฟ่าล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ส่วนเบลเยียมอยู่อันดับ 9 ด้วยคะแนน 1,756.51 แต้ม World Soccer Talk ระบุว่าฟอร์มเบลเยียมในทัวร์นาเมนต์นี้ยังไม่นิ่ง แต่ยังรักษาอันดับในตารางโลกไว้ได้
สเปนผ่านเข้ารอบนี้ด้วยฟอร์มไร้พ่าย เป็นแชมป์กลุ่มมาโดยตลอด ก่อนเอาชนะออสเตรีย 3-0 ในรอบ 32 ทีม แล้วบุกเฉือนโปรตุเกส 1-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บของมิเกล เมริโน ซึ่งเป็นเกมอำลาทัวร์นาเมนต์ใหญ่นัดสุดท้ายของคริสเตียโน โรนัลโด้ด้วย Al Jazeera ระบุว่าสเปนยังไม่เสียประตูเลยในทัวร์นาเมนต์นี้ และรักษาคลีนชีตในบอลโลกได้ต่อเนื่อง 6 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์บอลโลก
ฝั่งเบลเยียมเข้ารอบมาแบบหืดขึ้นคอ ทีมเสมออียิปต์และเจอ 10 คนในเกมกับอิหร่านช่วงรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนพลิกนรกเอาชนะเซเนกัลในรอบ 32 ทีม หลังตามหลัง 0-2 ในช่วง 4 นาทีสุดท้ายของเวลาปกติ โดยโรเมลู ลูกากูตีไข่แตกก่อนยูริ ตีเลอมันส์โหม่งตีเสมอ แล้วยิงจุดโทษเอาชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษ Al Jazeera รายงานว่าจากนั้นเบลเยียมทำผลงานได้ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ถล่มสหรัฐฯ เจ้าภาพร่วมตกรอบ 16 ทีมด้วยสกอร์ 4-1 โดยชาร์ล เดอ เกเตอลาแอร์ยิงคนเดียว 2 ประตู
สถิติเจอกัน — คู่ปรับเก่าตั้งแต่บอลโลก 1986
นี่จะเป็นการพบกันครั้งที่ 3 ของสองทีมในเวทีฟุตบอลโลก โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เม็กซิโก 1986 ซึ่งเสมอกัน 1-1 ทั้งในเวลาปกติและต่อเวลาพิเศษ ก่อนเบลเยียมเอาชนะจุดโทษ 5-4 ผ่านเข้ารอบไป Bolavip ระบุว่าอีก 4 ปีต่อมาที่อิตาลี 1990 ทั้งคู่เจอกันในรอบแบ่งกลุ่ม สเปนเป็นฝ่ายเอาชนะไป 2-1 ล้างแค้นได้สำเร็จ
ส่วนการเจอกันครั้งล่าสุดคือเกมกระชับมิตรเมื่อปี 2016 ซึ่งสเปนเอาชนะไป 2-0 World Soccer Talk ระบุว่านัดนี้จึงเป็นโอกาสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะขึ้นนำในสถิติเจอกันในเวทีบอลโลกเป็นครั้งแรก หลังเสมอกันมาตลอด
ผู้เล่นตัวความหวัง
ฝั่งสเปน ลามีน ยามาล ดาวรุ่งวัยรุ่นยังไม่ระเบิดฟอร์มเต็มที่ในทัวร์นาเมนต์นี้ตามที่คาดหวังไว้ ขณะที่มิเกล เมริโนกลายเป็นฮีโร่หลังยิงประตูชี้ชะตาใส่โปรตุเกส Goal.com มองว่าเกมกับเบลเยียมอาจเป็นจังหวะที่ยามาลจะโชว์ฟอร์มเต็มที่ เพราะแนวรับเบลเยียมยังมีจุดอ่อนให้เจาะ
ฝั่งเบลเยียม โค้ชรูดี การ์เซียเลือกจัดทัพแบบสมดุล นั่งสำรองทั้งเควิน เดอ บรอยน์ วัย 35 ปี และเจเรมี โดกูในเกมกับสหรัฐฯ ส่วนโรเมลู ลูกากูยังคงทำหน้าที่ตัวเปลี่ยนเกมจากม้านั่งสำรองเป็นหลัก Al Jazeera ระบุว่าเบลเยียมต้องยกระดับฟอร์มให้สูงกว่านี้อีกมาก หากหวังจะเลียนแบบทีมชุดปี 1986 ที่เคยเขี่ยสเปนตกรอบมาแล้ว
ทายผลบอล
ราคาต่อรองจากสำนัก BetMGM เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ให้สเปนเป็นต่อที่ -155 Yahoo Sports ระบุว่าสเปนเป็นเต็ง 1 จากฟอร์มไร้เสียประตูและความลึกของทีมที่เหนือกว่า ขณะที่เบลเยียมต้องอาศัยประสบการณ์และความคมของแนวรุกในจังหวะเคาน์เตอร์เพื่อสร้างความแตกต่าง เกมนี้จึงมีโอกาสสูงที่สเปนจะยังคงสถิติไร้เสียประตูต่อไปและผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้สำเร็จ แต่เบลเยียมก็มีประวัติการพลิกสถานการณ์เมื่อหลังชนฝาให้เห็นมาแล้วในทัวร์นาเมนต์นี้ ทำให้ยังต้องรอลุ้นผลจริงในสนาม
ผู้ชนะจากคู่นี้จะได้เข้ารอบรองชนะเลิศ พบกับผู้ชนะระหว่างฝรั่งเศสกับโมร็อกโก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Al Jazeera
- World Soccer Talk – วันแข่งและสนาม
- World Soccer Talk – อันดับฟีฟ่าเบลเยียม
- Bolavip
- Goal.com
- Yahoo Sports
- Fox Sports
ติดตาม The Thaiger บน Google News:



