เช็กมาตรฐานทางหนีไฟ สถานบันเทิงต้องมีอะไรบ้างตามกฎหมาย

เปิดกฎกระทรวงความปลอดภัยสถานบริการ ทางออก ป้าย Exit สปริงเกลอร์ ถังดับเพลิง และความรับผิดของเจ้าของกิจการหากละเลย
กฎหมายไทยกำหนดจำนวนทางออกฉุกเฉินของสถานบริการตามจำนวนคนที่รองรับได้ในแต่ละพื้นที่ ยิ่งคนจุมาก ทางออกยิ่งต้องมาก และนี่คือมาตรฐานที่หน่วยงานรัฐใช้ตรวจสอบสถานบันเทิงทั่วประเทศ
ตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ. 2555 ข้อ 28 ระบุจำนวนทางออกและประตูทางออกตามจำนวนคนสูงสุดที่อยู่ในสถานบริการไว้ดังนี้
| จำนวนคนสูงสุดในร้าน | จำนวนทางออกขั้นต่ำ |
|---|---|
| ไม่เกิน 50 คน | 1 ทาง |
| 51-200 คน | 2 ทาง |
| 201-400 คน | 3 ทาง |
| 401-700 คน | 4 ทาง |
| 701-1,000 คน | 5 ทาง |
| ตั้งแต่ 1,001 คนขึ้นไป | 6 ทาง |
หากร้านมีเวทีการแสดงดนตรีสด กฎหมายบังคับเพิ่มอีกว่าต้องมีทางออกหรือประตูทางออกด้านหลังหรือข้างเวทีอีกอย่างน้อย 1 แห่ง แยกจากทางออกหลักที่นับตามตารางข้างต้น

ลักษณะของประตูทางออกก็มีข้อกำหนดละเอียด เหนือประตูต้องมีป้ายบอกทางหนีไฟที่มองเห็นชัดตลอดเวลา ตัวช่องประตูต้องกว้างไม่น้อยกว่า 0.84 เมตร สูงไม่น้อยกว่า 1.97 เมตร ต้องเปิดออกได้ตลอดเวลาที่มีคนอยู่ข้างในและเปิดในทิศทางหนีไฟ ห้ามใช้ประตูเลื่อน ประตูหมุน ประตูเปิดขึ้นบน หรือประตูบานเฟี้ยมเป็นทางออกฉุกเฉินโดยเด็ดขาด เพราะประตูลักษณะนี้เปิดช้าและกีดขวางการอพยพในสถานการณ์ชุลมุน
ด้านโครงสร้างอาคาร ผนังที่กั้นระหว่างพื้นที่สถานบริการต้องเป็นผนังทนไฟไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ฝ้าเพดานต้องทนอุณหภูมิได้ไม่น้อยกว่า 750 องศาเซลเซียส เพื่อชะลอการลุกลามของเพลิงและควันให้คนภายในมีเวลาหนีออกมากขึ้น
ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm) เป็นอุปกรณ์บังคับที่ต้องมีทั้งระบบตรวจจับอัตโนมัติและระบบแจ้งเหตุแบบใช้มือ เพื่อให้สัญญาณเตือนดังทั่วถึงทุกจุดในอาคารทันทีที่ตรวจพบควันหรือความร้อนผิดปกติ ส่วนถังดับเพลิงกฎหมายกำหนดอัตราส่วนอย่างน้อย 1 ถังต่อพื้นที่ 200 ตารางเมตร แต่ต้องไม่น้อยกว่าชั้นละ 2 ถัง ติดตั้งแขวนกับผนังในตำแหน่งไม่เกิน 1.5 เมตรจากพื้น ห้ามวางกับพื้นเพราะหยิบใช้งานไม่ทันเวลา
สำหรับระบบสปริงเกลอร์และท่อน้ำดับเพลิง กฎหมายบังคับเฉพาะอาคารที่มีขนาดตั้งแต่ 500 ตารางเมตรขึ้นไปและมีความสูงเกิน 15 เมตร ต้องติดตั้งระบบท่อน้ำดับเพลิงพร้อมหัวจ่ายน้ำ ปั๊มน้ำดับเพลิง และพื้นที่สำรองน้ำให้มีแรงดันพร้อมใช้งานทุกจุด ส่วนอาคารขนาดเล็กกว่านั้นอาจไม่เข้าเกณฑ์บังคับติดตั้งสปริงเกลอร์ ขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบพื้นที่จริงของแต่ละสถานที่
ในแง่ความรับผิดชอบของเจ้าของกิจการ กฎหมายกำหนดให้เจ้าของอาคารต้องจัดให้มีการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมทั้งบันไดหนีไฟ เครื่องหมายทางออกฉุกเฉิน ระบบระบายควัน ระบบไฟฟ้าสำรอง และระบบดับเพลิงอัตโนมัติ หากตรวจพบว่าไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกสั่งปรับหรือระงับการใช้อาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 จนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง
ที่สำคัญที่สุดคือ หากเกิดเหตุเพลิงไหม้จนมีผู้เสียชีวิต และพบว่าเจ้าของกิจการหรือผู้เกี่ยวข้องละเลยมาตรฐานความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนดไว้ อาจถูกดำเนินคดีอาญาฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท นอกจากนี้ยังอาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้เสียหายหรือทายาทผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมได้อีกทางหนึ่ง
ทั้งหมดนี้คือกรอบกฎหมายที่มีอยู่แล้ว แต่บทเรียนจากเหตุไฟไหม้ผับและสถานบันเทิงหลายครั้งที่ผ่านมาสะท้อนว่า ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมาย แต่อยู่ที่การบังคับใช้และการตรวจสอบจริงในพื้นที่ ผู้ใช้บริการเองก็ควรสังเกตป้ายทางออกฉุกเฉินและตำแหน่งประตูทุกครั้งที่เข้าไปในสถานบันเทิง เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
หมายเหตุ : บทความนี้เป็นการสรุปเนื้อหากฎหมายเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดกับหน่วยงานราชการหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนนำไปปฏิบัติ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Thairath
- ราชกิจจานุเบกษา – กฎกระทรวงฉบับที่ 55
- Saturn Fire
- Siam Protection
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 – ThaiDeka
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





