ประวัติ “หมวดนัท” ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ ชายชุดทหารยืนประกบนายกฯ

ประวัติ หมวดนัท ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ ย้อนเส้นทางอดีตผู้สมัคร ส.ก. พญาไท สู่ชายในชุดคล้ายทหารกลางเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
หมวดนัท มั่วบ้านงาน คือใคร ทำไมถึงเป็นกระแส
ชื่อ “หมวดนัท” กลายเป็นที่พูดถึงในสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว หลังภาพชายในชุดคล้ายเครื่องแบบทหารเต็มยศปรากฏตัวยืนใกล้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ที่ลาดพร้าว เมื่อคืนวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 หลายคนตั้งคำถามว่าเขาคือใคร มีตำแหน่งหน้าที่อะไร เพราะดูจากภาพแล้วราวกับเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง

ประวัติ ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์
จากการตรวจสอบพบว่าชายคนดังกล่าวชื่อ ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมวดนัท” อดีตผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตพญาไท หมายเลข 1 สังกัดกลุ่มกรุงเทพบินได้ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งได้คะแนนเสียง 572 คะแนน โดยลงสมัครภายใต้สโลแกน “ลูกสามเสน อิสระในการทำงาน สะท้อนเสียงของชาวพญาไท” ชูนโยบายด้านความโปร่งใสและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
ข้อมูลบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Chitpong Khattapong ระบุว่าเขาเป็นคน “เกิดพญาไท โตพญาไท” จบมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย รุ่นที่ 52 ก่อนศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่โรงเรียนช่างฝีมือทหาร ภาคสมทบ รุ่นที่ 18 จากนั้นจบปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตจากสถาบันรัชต์ภาคย์ เคยศึกษาด้านรัฐศาสตร์การเมืองการปกครองที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปัจจุบันอ้างว่ากำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์ที่สถาบันเดิม
แกะต้นตอข่าวลือ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ใครพูดเรื่อง “ล็อกประตู” ก่อนกลายเป็นกระแสทั่วประเทศ
ด้านประวัติการทำงาน เฟซบุ๊กของเขาระบุว่าเคยผ่านงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ อดีตผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา อดีตเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายป้องกันการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายในปี 2567 รวมถึงสโมสรทหารบกวิภาวดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร และงานฝ่ายฝึกอบรมของบริษัทรักษาความปลอดภัยหลายแห่ง ทั้งนี้ข้อมูลส่วนนี้เป็นการระบุจากเจ้าตัวเอง ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ

ยศ “ว่าที่ร้อยโท” มาจากไหน
คำถามใหญ่ที่สังคมสงสัยคือยศนำหน้าชื่อของเขาได้มาอย่างไร คำตอบคือมาจากเส้นทางนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ไม่ใช่การรับราชการทหารประจำการ โดยผู้ที่เรียน รด. จบชั้นปีที่ 3 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็นกำลังพลสำรอง ซึ่งกรณีของหมวดนัทได้รับยศจ่าสิบตรีก่อน แล้วจึงเข้าอบรมหลักสูตรผู้บังคับหมวด รุ่นที่ 36/66 ที่โรงเรียนการกำลังสำรอง ศูนย์การกำลังสำรอง จนได้รับยศว่าที่ร้อยโทในที่สุด
ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานที่ปรึกษากลุ่มกรุงเทพบินได้ ชี้แจงว่ายศดังกล่าวได้มาจากการผ่านการศึกษาวิชาทหารและการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การแอบอ้างยศ พร้อมโพสต์ภาพวุฒิบัตรประกอบการยืนยัน
ประสบการณ์งานอาสาและการอบรม
หมวดนัทระบุว่าตนเป็นสมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เขตพญาไท มาต่อเนื่องกว่า 18 ปี เป็นสมาชิกชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทยกว่า 8 ปี และทำงานจิตอาสามาแล้วกว่า 7 ปี โดยอ้างว่าผ่านการอบรมด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหลายหลักสูตร ทั้งหลักสูตร Active Shooter ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ การฝึกร่วม Cobra Gold ด้านการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม และการอบรมเครือข่ายป้องกันและระงับอัคคีภัยในอาคารสูงของกรุงเทพมหานคร
เฟซบุ๊กของเขายังเผยแพร่ภาพการร่วมกิจกรรมจิตอาสาและงานบรรเทาสาธารณภัยกับหน่วยงานทหารเป็นประจำ หนึ่งในเหตุการณ์ที่เคยโพสต์ถึงคือการเข้าสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในเหตุเพลิงไหม้อาคารภายในซอยอินทามระ 27 เขตพญาไท พร้อมข้อความว่า “พญาไท คือบ้านของผม” ทำให้ผู้ใช้โซเชียลจำนวนไม่น้อยคุ้นหน้าเขาจากการปรากฏตัวในเหตุการณ์สาธารณะหลายครั้งก่อนหน้านี้
คำชี้แจงจากหมวดนัทและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ออกมาชี้แจงในเวลาต่อมาว่า ตนเป็นกรรมการอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เขตพญาไท ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้แต่อย่างใด เมื่อทราบข่าวว่ามีผู้ติดค้างในที่เกิดเหตุจำนวนมาก จึงตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือในฐานะพลเมืองดี พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อเพิ่มเติมว่า “ผมเป็นจิตอาสา อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เขตพญาไท อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ผมไม่ใช่ข้าราชการแต่ผมมีใจเต็มร้อย”
ขณะเดียวกัน กัน จอมพลัง ได้ไลฟ์เปิดใจร่วมกับหมวดนัท ซึ่งมีบางช่วงที่เจ้าตัวถึงกับร้องไห้ พร้อมยอมรับว่าหากมีส่วนไหนที่ผิดก็พร้อมรับผิด โดยกัน จอมพลัง ระบุว่าหมวดนัทยืนยันว่าการแต่งกายและคุณวุฒิทั้งหมดได้รับอนุญาตถูกต้อง และพร้อมเปิดหลักฐานให้ตรวจสอบ
ด้านนายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร มาในฐานะอะไร และไม่แน่ใจว่าการแต่งกายลักษณะนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนนายมงคลกิตติ์ยืนยันว่าหมวดนัทอยู่ช่วยเหลือหน้างานจริงตั้งแต่เวลา 23.47 น. ของคืนเกิดเหตุจนถึงราว 04.15 น. พร้อมรายงานสถานการณ์ให้ตนทราบตลอดคืน และชื่นชมว่าเป็นพลเมืองดี
ติดตาม The Thaiger บน Google News:





