กลางเดือน พ.ค. 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. พร้อมด้วย ป.ป.ท. ดีเอสไอ และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการ “เผยเงามังกร” กวาดล้างขบวนการจัดทำรายการทางทะเบียนอันเป็นเท็จให้แก่ “นายหมิงเฉิน ซัน) อาชญากรชาวจีน คดีครอบครองอาวุธสงคราม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้สวมสิทธิบัตรประจำตัวประชาชนผู้ไร้สัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) โดยปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จับกุมอดีตปลัด อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และลูกจ้าง อ.เชียงดาว
นี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่มีการทุจริตสวมสิทธิบัตรสีชมพูในประเทศไทย แต่หลายปีที่ผ่านมา จะพบการจับกุมขบวนการนี้อยู่เสมอ
ทีมข่าว 7HD มีโอกาสพูดคุยกับนายกิตติศักดิ์ พิมสาร ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไขในอนาคต
นายกิตติศักดิ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ มีภารกิจในการเฝ้าระวังการสวมสิทธิบัตรสีชมพูอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสืบสวนและมีแหล่งข่าวในพื้นที่แต่ละอำเภอ คอยให้ข้อมูลเบาะแส ทำให้สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ มีฐานข้อมูลเปรียบเทียบในแต่ละปี ว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่มีประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้นผิดปกติ ดังเช่นกรณีเหตุการณ์จับกุมอดีตปลัด อ.เชียงดาว หลังพบการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านหลายคน ทั้งที่ไม่เคยมาอยู่จริง
ทั้งนี้ พฤติกรรมของผู้กระทำความผิด เท่าที่เคยทำงานด้านปราบปรามการทุจริตมาหลายรูปแบบ พบว่า ผู้กระทำความผิดใช้วิธีรูปแบบเดิม กล่าวคือ รับรองคุณสมบัติไม่ตรงความจริง มีการเรียกค่าตอบแทน เพื่อให้ง่ายต่อการขออนุญาตออกเอกสารทางทะเบียน แต่ความยากในการตรวจสอบอยู่ตรงกรณีลักษณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นการสมยอมทั้งสองฝ่าย จึงยากในการหาพยานหลักฐาน เพราะบางคนไม่ค่อยเต็มใจให้ข้อมูล แต่ใช่ว่าจะไม่มีเลย เพราะมีบางคนที่พร้อมเป็นพยาน เนื่องจากเห็นว่า ในเมื่อเขาเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเหตุใดจึงต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่รัฐด้วย
ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ยังกล่าวว่า ค่าตอบแทนหรือสินบนที่ต้องจ่ายมีจำนวนตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาท และจำนวนมากถึงหลักแสนบาท กรณีบางคนต้องการความสะดวกรวดเร็วเป็นพิเศษ ทั้งยอมรับว่า ผู้ใหญ่บ้าน มีส่วนสำคัญหรือมีโอกาสจะเป็นฝ่ายเรียกรับมากคนหนึ่ง เพราะมีหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ จะรู้ว่าใครเข้าออกบ้านของลูกบ้าน ฉะนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการนี้
“ผมมองว่าสามารถแก้ปัญหาได้ แต่ทั้งนี้ต้องร่วมกันบูรณาการ ทั้งภาคประชาชน และภาครัฐ โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ห้ามปรามกัน บอกว่าอย่าไปทำเลย อย่างน้อยช่วยเป็นหูเป็นตาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ย้ำว่าปัญหาพวกนี้แก้ไขได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกันทุกฝ่าย อย่าเห็นแก่เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ” นายกิตติศักดิ์ กล่าว
ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้รับรองบุคคลเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านเท็จ และเอื้อประโยชน์ให้มีการสวมสิทธิบัตรสีชมพู หรือเอกสารต่าง ๆ ล้วนมีความผิด ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งสิ้น





