น.ส.เมห์ร ข่าน หญิงข้ามเพศชาวอินเดีย พบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อรับการบำบัดด้วยฮอร์โมนตามปกติ แต่เธอกลับพบว่า การรักษาที่สำคัญถูกระงับ หลังการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายครั้งล่าสุด จำกัดขอบเขตของผู้มีสิทธิได้รับบริการดังกล่าว
“คุณหมอหลบหน้าฉัน เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไร” ข่าน วัย 26 ปี กล่าวเพิ่มเติมว่า เธอเห็น “ความหวาดกลัว” บนใบหน้าของแพทย์ที่คลินิกในเมืองไฮเดอราบัด ทางตอนใต้ของอินเดีย
ข่านเป็นหนึ่งในชาวอินเดียจำนวนมากที่เผชิญกับการถูกปฏิเสธการรักษา หลังทางการยกเลิกตัวเลือกการระบุเพศด้วยตนเองเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้การรับรองเพศตามกฎหมายขึ้นอยู่กับการรับรองจากคณะแพทย์แทน แต่รัฐบาลนิวเดลียังไม่ได้ระบุลักษณะของผู้เชี่ยวชาญในคณะแพทย์ดังกล่าว ทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่า กลุ่มคนข้ามเพศอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐบาลกลางหรือรัฐบาลท้องถิ่น
ก่อนกฎหมายฉบับปี 2569 คนข้ามเพศสามารถยื่นขอเปลี่ยนเพศในเอกสารระบุเพศทางออนไลน์ได้ โดยอาศัยหนังสือจากผู้ให้บริการรักษายืนยันเพศสภาพ เช่น ศัลยแพทย์ หรือจิตแพทย์
แม้รัฐบาลอินเดียระบุว่า การเปลี่ยนแปลงมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งการใช้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการในทางที่ผิด แต่นักเคลื่อนไหวและแพทย์หลายคนกล่าวเตือนว่า กฎหมายฉบับแก้ไขอาจเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผู้ให้บริการ และทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้
บุคคลข้ามเพศอย่างน้อย 12 คน กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงข้างต้นส่งผลกระทบต่อนัดหมายการรักษาของพวกเขา โดยคลินิกหลายแห่งหยุดให้บริการชั่วคราว และเลื่อนการผ่าตัดออกไป ขณะที่แพทย์ 5 คน กล่าวว่า พวกเขาต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผู้ให้บริการบางรายขอให้คนข้ามเพศยื่นคำประกาศว่า พวกเขาเข้ารับการรักษาโดยสมัครใจ
การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับคนข้ามเพศของอินเดีย เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มทั่วโลกที่ต้องการจำกัดการรักษาคนข้ามเพศ โดยสหรัญจำกัดการเข้าถึงการรักษาเพื่อยืนยันเพศสภาพเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย เช่น ประเทศไทย ให้การเข้าถึงที่ครอบคลุมกว่า แต่มีการรับรองตามกฎหมายที่จำกัด
ทั้งนี้ การรักษาเพื่อยืนยันเพศสภาพ รวมถึงการบำบัดด้วยการทดแทนฮอร์โมน (เอชอาร์ที) ซึ่งเป็นการใช้ฮอร์โมน เช่น เอสโตรเจน และเทสโทสเตอโรน เพื่อปรับลักษณะทางกายภาพให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศของแต่ละบุคคล โดยอาจมีการบำบัดด้วยฮอร์โมนก่อนการผ่าตัด เป็นเวลานานถึง 1 ปี
แพทย์หลายคนกล่าวว่า การหยุดเอชอาร์ทีอย่างกะทันหัน อาจทำให้การทำงานของระบบต่อมไร้ท่อเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้มวลกระดูกลดลง และเกิดอาการที่คล้ายคลึงกับวัยหมดประจำเดือน อีกทั้งบรรดานักเคลื่อนไหวกล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าถึงที่จำกัดอาจผลักดันให้ชุมชนคนข้ามเพศหันไปหาการรักษาที่ไม่มีการกำกับดูแล
ด้านนายเฟรด โรเจอร์ส ที่ปรึกษาในเมืองเจนไน ทางตอนใต้ของอินเดีย กล่าวว่า ชายข้ามเพศอาจมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ครอบคลุมพวกเขาอย่างชัดเจน พร้อมกับเสริมว่า ความเข้าใจของสาธารณชนเกี่ยวกับประเด็นคนข้ามเพศ มักเกี่ยวข้องกับผู้หญิงเป็นหลัก.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



