542.jpg
‘หมอไตเก็บตา’ แรงบันดาลใจที่เปลี่ยนมุมมองการบริจาคดวงตา

‘หมอไตเก็บตา’ แรงบันดาลใจที่เปลี่ยนมุมมองการบริจาคดวงตา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.58 น.
Tag :

“จากปีละ 1-2 ราย สู่ 41 รายต่อปี” นี่คือตัวเลขของการจัดเก็บดวงตาในพื้นที่จังหวัดระนองที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อันเป็นจุดเริ่มต้นจากการตัดสินใจของบุคลากรทางการแพทย์สองท่านที่กล้า “ก้าวออกจากกรอบ” สู่การเรียนรู้สิ่งใหม่ และ “ลุยสุดตัว” เพื่อให้ชาวระนองเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องการบริจาคดวงตา และนี่คือเรื่องราวของการทุ่มเทด้วยเวลาและหัวใจ พร้อมจุดประกายไฟแห่งการเปลี่ยนแปลงไปยังผู้คนในจังหวัดนี้

ทุกๆ วันในแผนกดูแลผู้ป่วยโรคไต โรงพยาบาลระนอง จ.ระนอง จะเห็นภาพของ นพ.กัมพล พัฒนสมบัติสกุล อายุรแพทย์โรคไต และ พว.อรวิภา กลิ่นกำจร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ ต่างทำงานเคียงข้างผู้ป่วยที่เฝ้ารอการปลูกถ่ายไต และช่วยให้ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตแล้วหลายรายกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่อีกภาพที่มองเห็นไปพร้อมกัน คือภาพที่โรงพยาบาลต้องเผชิญกับข้อจำกัดเรื่องการจัดเก็บดวงตาบริจาคที่ยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ


“เราเป็นหมอไต มีโอกาสได้ดูแลเรื่องการรับไตจากร่างของผู้ที่มีความจำนงบริจาคไตหลายท่าน ก็มีความคิดว่า ถ้าเราสามารถทำการจัดเก็บดวงตาได้ด้วยทีมของเราเลย ก็อาจไม่ต้องรอจักษุแพทย์” นพ.กัมพล เปิดบทสนทนาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจในครั้งนั้น

ขณะเดียวกัน พว.อรจิรา ก็ได้เสริมถึงที่มาของเรื่องราวนี้ว่า “ในเคสการจัดเก็บดวงตา เรามีจักษุแพทย์ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องมีห้วงเวลาในการรอคอยนาน ในฐานะที่เราเป็นพยาบาลผู้ประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตา เราทราบดีว่าการบริจาคและการปลูกถ่ายอวัยวะ ทุกวินาทีนั้นมีค่า ก็เลยจับมือกับอาจารย์กัมพลไปศึกษาเพิ่มเติมด้านการจัดเก็บดวงตากับทางศูนย์บริจาคดวงตา สภากาชาดไทย”

การตัดสินใจเลือกทางเดินในการเพิ่มเติมวิชาให้ตนเองนั้น ย่อมต้องแลกมาด้วยเวลา กำลังกาย และกำลังใจ โดยทั้งสองท่าน เริ่มต้นเรียนรู้ตั้งแต่ภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติ ตลอดไปจนถึงการลงพื้นที่จัดเก็บดวงตาในสถานการณ์จริง ก่อนนำองค์ความรู้ทั้งหมดนั้นกลับมาปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลระนอง โดยในช่วงเวลานั้นไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า สิ่งนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ ทั้งด้านการส่งต่อแรงบันดาลใจ การส่งต่อความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริจาคดวงตา และช่วยทำให้ปริมาณการบริจาคดวงตาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

“จากเดิมที่จัดเก็บได้ปีละ 1-2 ราย หลังจากเราเข้ามาทำตรงนี้ด้วย เราจัดเก็บได้ปีละ 41 ราย” นพ.กัมพล กล่าวถึงตัวเลขที่ทำให้เขาเองหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ “และยิ่งไปกว่านั้นทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า จากความกังวลเรื่องความเชื่อที่เป็นปัญหาหลัก ความจริงแล้วมันไม่ใช่ ทุกคนแค่ขาดความรู้ความเข้าใจ หลังจากเราได้ทุ่มเทในการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแล้ว คนในพื้นที่จังหวัดระนองก็มีการบริจาคอวัยวะและดวงตามากขึ้น”

ด้าน พว.อรจิรา เสริมถึงความประทับใจที่ได้พบเจอด้วยตนเองและเป็นความประหลาดใจที่ตนเองก็ไม่คาดคิดว่า “มีอยู่เคสหนึ่งที่รู้สึกว่าภาพจำเปลี่ยนไป คือ ผู้ป่วยรายหนึ่งแสดงความจำนงบริจาคดวงตาไว้ แต่เราตรวจเลือดแล้วพบว่ามีภาวะติดเชื้อสูง จึงได้ทำการให้ยาและเฝ้าดูตัวเลขภาวะการติดเชื้อ ภาพที่เราเห็นตอนนั้นคือ ญาติคนไข้เครียดและลุ้นมาก แต่ไม่ใช่เพราะอยากยื้อการสูญเสีย เพราะทันทีที่ทางเราบอกว่าผลเลือดเข้าเกณฑ์บริจาคดวงตาได้ ทุกคนกระโดดกอดกันดีใจ ดีใจที่ว่าคนไข้ได้บุญแล้ว”

 “ความสุขอีกอย่างหนึ่งสำหรับผม คือ เมื่อเราทำ แล้วเราบอกต่อ มีหมอท่านอื่น ๆ สนใจและไปเรียนรู้เหมือนกันกับพวกเราสองคน ก็รู้สึกดีใจที่เราสามารถเป็นเหมือนฟันเฟืองเล็ก ๆ ให้หมอหรือเจ้าหน้าที่ที่ตอนแรกเขาอาจจะไม่ได้สนใจเรื่องเกี่ยวกับการบริจาคดวงตา หันมาช่วยกันเป็นกำลังสำคัญในการที่จัดหาดวงตา เพื่อที่จะให้คนที่มองไม่เห็น กลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง” นพ.กัมพลกล่าว

จากจุดเริ่มต้นของบุคลากรทางการแพทย์เพียงสองคน ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่อื่น ๆ หันมาศึกษาและร่วมเป็นกำลังสำคัญในการจัดเก็บดวงตาเพิ่มขึ้น

เรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจของ นพ.กัมพล พัฒนสมบัติสกุล และ พว.อรวิภา กลิ่นกำจร นอกจากจะช่วยเปลี่ยนจำนวนตัวเลขของการจัดเก็บดวงตาในจังหวัดระนองแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่า “เมื่อความรู้ความเข้าใจค่อย ๆ เดินทางไปถึงผู้คน ความเชื่อเดิม ๆ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นการให้ได้ในที่สุด โดยเริ่มต้นจากบุคลากรทางการแพทย์เพียงไม่กี่คน ที่เลือกย่างก้าวออกจากกรอบของหน้าที่เดิม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิตของผู้อื่นอีกมากมาย”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top