เปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone ปี 2026 ราคาเท่าไหร่? เช็กค่าบริการศูนย์ Apple ทุกรุ่น

เมื่อใช้งาน iPhone ต่อเนื่องหลายปี แบตเตอรี่ย่อมเสื่อมลงตามจำนวนรอบการชาร์จและพฤติกรรมการใช้งาน อาการที่พบได้บ่อยคือแบตหมดเร็ว เครื่องดับเอง ประสิทธิภาพลดลง หรือจำเป็นต้องชาร์จระหว่างวันบ่อยกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่แท้กับ Apple หรือศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาต Sanook Hitech ได้รวบรวมราคาเปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone ประจำปี 2569 มาให้แล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2,590 บาท และสูงสุด 4,590 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง
ราคาเปลี่ยนแบตเตอรี่ iPhone ปี 2026

iPhone Air
- iPhone Air ราคา 4,590 บาท
iPhone 17 Series
- iPhone 17 Pro Max ราคา 4,590 บาท
- iPhone 17 Pro ราคา 4,590 บาท
- iPhone 17 ราคา 3,690 บาท
- iPhone 17e ราคา 3,690 บาท
iPhone 16 Series
- iPhone 16 Pro Max ราคา 4,590 บาท
- iPhone 16 Pro ราคา 4,590 บาท
- iPhone 16 Plus ราคา 3,690 บาท
- iPhone 16 ราคา 3,690 บาท
- iPhone 16e ราคา 3,690 บาท
iPhone 15 Series
- iPhone 15 Pro Max ราคา 3,690 บาท
- iPhone 15 Pro ราคา 3,690 บาท
- iPhone 15 Plus ราคา 3,690 บาท
- iPhone 15 ราคา 3,690 บาท
iPhone 14 Series
- iPhone 14 Pro Max ราคา 3,690 บาท
- iPhone 14 Pro ราคา 3,690 บาท
- iPhone 14 Plus ราคา 3,650-3,690 บาท
- iPhone 14 ราคา 3,650-3,690 บาท
iPhone 13 Series
- iPhone 13 Pro Max ราคา 3,290 บาท
- iPhone 13 Pro ราคา 3,290 บาท
- iPhone 13 ราคา 3,290 บาท
- iPhone 13 mini ราคา 3,290 บาท
iPhone 12 Series
- iPhone 12 Pro Max ราคา 3,290 บาท
- iPhone 12 Pro ราคา 3,290 บาท
- iPhone 12 ราคา 3,290 บาท
- iPhone 12 mini ราคา 3,290 บาท
iPhone 11 และ iPhone XR
- iPhone 11 ราคา 3,290 บาท
- iPhone XR ราคา 3,290 บาท
iPhone SE
- iPhone SE รุ่นที่ 3 ราคา 2,590 บาท
- iPhone SE รุ่นที่ 2 ราคา 2,590 บาท
ราคาข้างต้นเป็นราคาประเมินสำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ Apple ในประเทศไทย ส่วนศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตอาจกำหนดค่าบริการเพิ่มเติมเอง ตัวอย่างเช่น iCare ระบุค่าบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่เพิ่มอีก 500 บาทจากราคาอะไหล่ จึงควรสอบถามยอดสุทธิจากสาขาก่อนนำเครื่องเข้ารับบริการ

มี AppleCare+ เปลี่ยนแบตฟรีหรือไม่?
หาก iPhone ยังอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของ AppleCare+ และความจุแบตเตอรี่ลดลงต่ำกว่า 80% ของความจุเดิม Apple จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
แต่หากสุขภาพแบตเตอรี่ยังสูงกว่า 80% หรือแบตเสื่อมจากการใช้งานตามปกติโดยไม่มี AppleCare+ ผู้ใช้งานจะต้องชำระค่าบริการตามราคาของแต่ละรุ่น
เช็กสุขภาพแบตเตอรี่ iPhone ได้ที่ไหน?
สามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เปิด Settings หรือการตั้งค่า
- เลือก Battery หรือแบตเตอรี่
- เลือก Battery Health & Charging หรือสุขภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ
- ดูหัวข้อ Maximum Capacity หรือความจุสูงสุด
หากตัวเลขลดลงใกล้หรือต่ำกว่า 80% พร้อมกับมีอาการแบตหมดเร็วหรือเครื่องดับเอง ก็เป็นช่วงที่ควรพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่
สุขภาพแบตเตอรี่ต่ำกว่า 80% ต้องรีบเปลี่ยนทันทีไหม?
ตัวเลขต่ำกว่า 80% ไม่ได้หมายความว่า iPhone จะใช้งานไม่ได้ทันที แต่หมายถึงแบตเตอรี่เก็บประจุได้น้อยลงกว่าตอนใหม่อย่างชัดเจน จึงอาจส่งผลให้ใช้งานได้สั้นลงและต้องชาร์จบ่อยขึ้น
ควรรีบเข้าตรวจสอบหากพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย
- แบตเตอรี่ลดลงเร็วผิดปกติ
- เครื่องดับทั้งที่ยังมีแบตเตอรี่เหลือ
- เครื่องร้อนผิดปกติระหว่างชาร์จ
- หน้าจอหรือฝาหลังเริ่มถูกดันขึ้นจากแบตเตอรี่บวม
- ระบบแจ้งเตือนว่าไม่สามารถตรวจสอบชิ้นส่วนแบตเตอรี่ได้
หากพบว่าแบตเตอรี่บวม ควรหยุดใช้งานและนำเครื่องเข้าศูนย์ทันที ไม่ควรกดหน้าจอหรือเจาะแบตเตอรี่ด้วยตัวเอง
ก่อนนำ iPhone ไปเปลี่ยนแบต ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
- สำรองข้อมูลผ่าน iCloud หรือคอมพิวเตอร์
- อัปเดต iOS หากเครื่องยังใช้งานได้ตามปกติ
- เตรียมรหัสผ่านบัญชี Apple และรหัสปลดล็อกเครื่อง
- ปิด Find My iPhone ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
- ถอดเคส ฟิล์ม หรืออุปกรณ์เสริมที่ไม่จำเป็น
- จองคิว Genius Bar หรือศูนย์บริการล่วงหน้า
หากหน้าจอแตก อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
Apple จะตรวจสอบสภาพเครื่องก่อนเริ่มเปลี่ยนแบตเตอรี่ หากพบความเสียหายอื่นที่ขัดขวางขั้นตอนการซ่อม เช่น หน้าจอแตก ตัวเครื่องบิดงอ หรือมีความเสียหายจากของเหลว อาจต้องซ่อมชิ้นส่วนดังกล่าวก่อน จึงมีโอกาสเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาแบตเตอรี่
ค่าบริการสุดท้ายจะได้รับการยืนยันหลังช่างตรวจสอบตัวเครื่อง โดยอาจมีค่าจัดส่งหรือค่าบริการต่างกันตามสถานที่รับบริการ
เปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ Apple ดีกว่าอย่างไร?
การเปลี่ยนผ่าน Apple หรือผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจะใช้อะไหล่แท้ที่ผ่านมาตรฐานของ Apple พร้อมบันทึกประวัติการซ่อมอย่างถูกต้อง และรับประกันงานบริการหรือชิ้นส่วนเป็นเวลา 90 วัน หรือตามระยะประกันเดิมที่เหลืออยู่ โดยยึดระยะเวลาที่นานกว่า
ปิดท้าย
ทั้งนี้ต้องบอกว่าสำหรับ iPhone SE รุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 ส่วน iPhone 12 และ iPhone 13 Series อยู่ที่ 3,290 บาท ขณะที่ iPhone 14, iPhone 15 และ iPhone รุ่นมาตรฐานกลุ่มใหม่อยู่ประมาณ 3,650-3,690 บาท
รุ่นที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดคือ iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro Max, iPhone 17 Pro, iPhone 17 Pro Max และ iPhone Air ราคา 4,590 บาท ทั้งนี้ควรตรวจสอบราคาจากเว็บไซต์ Apple และศูนย์บริการอีกครั้งก่อนเดินทาง เพราะผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตอาจคิดค่าบริการเพิ่มเติม และราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


