ส่วนครั้งที่ 2 นายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร รองนายกเทศมนตรี รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี เป็นผู้ลงนามหนังสือลงวันที่ 30 มกราคม 2549 เสนอจำนวน 15 โครงการ รวมเป็นเงิน 24,510,000 บาท จากนั้นนายเกรียง ได้ติดต่อและประสานงานการจัดสรรเงินงบประมาณดังกล่าวกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเกรียงยังได้เข้ามาแทรกแซงสั่งการงานราชการของเทศบาลนครอุบลราชธานีเป็นประจำ
ต่อมาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2549 เทศบาลนครอุบลราชธานีได้รับหนังสือแจ้งจัดสรรงบประมาณครั้งแรก จำนวน 18 โครงการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 29,997,000 บาท ได้แก่ 1.ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนหลวง-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,740,000 บาท 2.ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนจงกลนิธารณ์-ถนนผาแดง) วงเงิน 1,520,000 บาท 3.ถนนบูรพาใน (ช่วงถนนอุปลีสาน-ถนนสรรพสิทธิ์) วงเงิน 820,000 บาท 4. ถนนพลแพน (ช่วงถนนอุปลีสาน-ถนนสรรพสิทธิ์) วงเงิน1,570,000 บาท
5. ถนนอุปลีสาน (ช่วงถนนเทพโยธี-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,820,000 บาท 6. ถนนสุริยาตร์ (ช่วงถนนชยางกูร-ถนนนครบาล) วงเงิน 1,950,000 บาท 7. ถนนเทพโยธี (ช่วงถนนพิชิตรังสรรค์-ถนนอุปลีสาน) วงเงิน 1,920,000 บาท 8. ถนนศรีณรงค์ (ช่วงถนนบูรพาใน-ถนนพลแพน) วงเงิน 1,560,000 บาท 9. ถนนนครบาล (ช่วงถนนพโลรังฤทธิ์-ถนนสรรพสิทธิ์) วงเงิน 1,540,000 บาท 10. ถนนพิชิตรังสรรค์ (ช่วงถนนอุปราช-ถนนหลวง) วงเงิน 1,780,000 บาท
11. ถนนเขื่อนธานี (ช่วงถนนเทพโยธี-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,907,000 บาท 12. ถนนเทพโยธี (ช่วงถนนพรมราช-ถนนพิชิตรังสรรค์) วงเงิน 1,850,000 บาท 13. ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนผาแดง-ถนนหลวง) วงเงิน 1,930,000 บาท 14.ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนแจ้งสนิท-ถนนจงกลนิธารณ์) วงเงิน 1,290,000 บาท15. ถนนสุริยาตร์ (ช่วงถนนนครบาล-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,600,000 บาท 16.ถนนเทพโยธี (ช่วงถนนอุปลีสาน-ทางเข้าสนามบินนานาชาติ) วงเงิน 1,920,000 บาท 17. ถนนนครบาล (ช่วงถนนสรรพสิทธิ์-ถนนอุปลีสาน) วงเงิน 1,440,000 บาท 18. ถนนพิชิตรังสรรค์ (ช่วงถนนเทพโยธี-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,840,000 บาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักการช่างได้เสนอบันทึกให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคา จำนวน 18 โครงการ ตามที่นายเกรียงสั่งการไว้ ปรากฏว่าผู้อำนวยการสำนักการช่างเห็นว่าโครงการในถนนสรรพสิทธิ์ถนนสุริยาตร์ ถนนเทพโยธี และถนนนครบาลเป็นการก่อสร้างในสายเดียวกัน เชื่อมต่อกันแต่แบ่งโครงการเป็นช่วง ๆ หากรวมงบประมาณในแต่ละโครงการ วงเงินเกิน 2 ล้านบาท ต้องจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถแบ่งจ้างเป็นรายโครงการได้จึงนำเรื่องไปปรึกษาปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานี และผู้อำนวยการสำนักการคลังโดยปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและผู้อำนวยการสำนักการคลังมีความเห็นเช่นเดียวกันว่าการก่อสร้างในถนนทั้ง 4 สายดังกล่าวหากจะแยกเป็นรายโครงการโดยวิธีสอบราคาจะเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้างซึ่งขัดต่อระเบียบและกฎหมาย
จากนั้นปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและผู้อำนวยการสำนักการช่าง จึงได้ไปพบนายเกรียงเพื่อแจ้งให้ทราบว่าการจ้างโดยวิธีสอบราคาไม่สามารถทำได้เป็นการแบ่งจ้างที่ขัดต่อระเบียบ แต่นายเกรียง ไม่ยอมและสั่งให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคาทั้ง 18 โครงการต่อไป สำนักการช่างจึงได้เสนอบันทึกลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2549 จำนวน18 ฉบับถึงผู้อำนวยการสำนักงานการช่างเพื่อขออนุมัติจ้างทั้ง 18 โครงการและส่งให้งานพัสดุเพื่อดำเนินการจัดจ้างต่อไป
แต่ปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและผู้อำนวยการสำนักการช่างยังคงยืนยันความเห็นเดิม เมื่อถึงที่สุดนายเกรียง จึงยอมและให้นำโครงการในถนนทั้ง 4 สายจำนวน11 โครงการได้แก่ โครงการลำดับที่ 1,2,6,7,9,12 -17 ไปจัดจ้างโดยวิธี ประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนอีก 7 โครงการ ได้แก่โครงการลำดับที่ 3-5,8,10-11และ 18 เจ้าหน้าที่พัสดุได้เสนอดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคาซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ อนุมัติให้ดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา 7 โครงการตามที่เสนอและเทศบาลนครอุบลราชธานีได้มีประกาศสอบราคาลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549 รวม7 ฉบับ
ปรากฏว่าในขั้นตอนการส่งประกาศสอบราคาเผยแพร่ไปยังผู้มีอาชีพรับจ้างนั้น นายวีระ วสุธาดา ได้เป็นผู้คัดเลือกรายชื่อผู้มีอาชีพรับจ้างและแจ้งให้เจ้าหน้าที่พัสดุส่งไปยังผู้มีอาชีพรับจ้างจำนวน7 รายเท่านั้น ได้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลวรสิทธิ์ก่อสร้างห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลมนตรีก่อสร้างห้างหุ้นส่วนจำกัดกิจศิริวุฒิ ห้างหุ้นส่วนจำกัดรัตติกาก่อสร้างห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้างห้างหุ้นส่วนจำกัดช่อโชคชัย และห้างหุ้นส่วนจำกัดพลสิทธิ์ก่อสร้าง
โดยพบว่าห้างทั้ง 7 ราย มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายเกรียง นางรจนา และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ทั้งสิ้น จากนั้นนางสาวรัตติกา หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง และเป็นบุตรสาวของนายกานต์ ทำหน้าที่ประสานกับเจ้าหน้าที่พัสดุและนางสาวรัตติกา จะเป็นผู้แจ้งว่าจะให้ห้างใดเข้าซื้อซองและแจ้งเรื่องเงินค่าซื้อซอง
ปรากฏว่าทั้ง 7 โครงการมีผู้ซื้อซอง 4 รายโดยกำหนดให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลมนตรีก่อสร้างเป็นห้างหลักที่จะเข้าซื้อซองส่วนใบเสนอราคาที่จะใช้ยื่นซองทั้ง 7โครงการ ปรากฏว่า มีกระดาษ (โพย) กำหนดรายชื่อห้างที่จะให้เข้าเป็นคู่สัญญาและจำนวนราคาที่จะให้เสนอราคาในแต่ละโครงการไว้แล้วนำมาให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำเอกสารใบเสนอราคา
โดยบางฉบับจะใช้เครื่องพิมพ์ดีดของฝ่ายพัสดุและทรัพย์สินเทศบาลนครอุบลราชธานีในการพิมพ์เอกสาร และบางฉบับจะให้เจ้าหน้าที่พัสดุเป็นผู้เขียนและห้างที่จะได้เข้าทำสัญญาจะระบุให้เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง หรือบางโครงการให้เสนอราคาสูงกว่าราคากลาง แต่ยินดีปรับลดราคาลงให้เท่ากับราคากลางและจัดทำใบเสนอราคาอีก 2 ห้างประกบเป็นคู่เทียบให้เสนอราคาสูงกว่าผู้ชนะการสอบราคาซึ่งสลับกันเป็นคู่ประกบหรือคู่เทียบในการเสนอราคา ทั้ง 7 โครงการ
เมื่อจัดทำเอกสารใบเสนอราคาและเอกสารประกอบการเสนอราคาของแต่ละห้างครบทั้ง 7 โครงการแล้วนางสาวรัตติกา จะเป็นผู้ประสานกับตัวแทนห้างต่างๆ นำซองสอบราคาไปลงลายมือชื่อ/ประทับตราห้าง แล้วนำซองมายื่นเสนอราคาพร้อมกันในวันสุดท้ายโดยทั้ง 7 โครงการ มีผู้ยื่นซองสอบราคา7 ราย โดยให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลมนตรีก่อสร้าง เป็นห้างหลักที่ต้องยื่นซองไว้ห้างแรกส่วนห้างอื่นๆ ให้ยื่นตามที่นายเกรียง และนายกานต์ ได้แบ่งงานไว้แล้ว
โดยรายชื่อผู้ยื่นซองเสนอราคาในแต่ละโครงการเป็นคู่ประกบหรือคู่เทียบ ประกอบด้วยห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัยห้างหุ้นส่วนจำกัดสุภาภรณ์อุบลก่อสร้างห้างหุ้นส่วนจำกัดอุบลประเสริฐ และห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง และผู้ชนะการสอบราคาและเข้าทำสัญญา ได้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ (โครงการลำดับที่ 3และ 5) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย (โครงการลำดับที่ 4 และ 11) ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง(โครงการลำดับที่ 8)ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 10)และห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง(โครงการลำดับที่ 18)
จากนั้นนางรจนา ได้ทำสัญญาจ้างกับผู้รับจ้างทั้ง 7 โครงการต่อมาได้มีหนังสือแจ้งการจัดสรรงบประมาณให้แก่เทศบาลนครอุบลราชธานี เป็นครั้งที่ 2อีก 6 โครงการ ได้แก่ 1. ถนนพิชิตรังสรรค์ (ช่วงถนนชวาลานอก-ถนนจงกลนิธารณ์) วงเงิน 1,820,000บาท 2. ถนนสุริยาตร์ (ช่วงถนนแจ้งสนิท-ถนนชยางกูร) ด้านทิศเหนือ วงเงิน 1,560,000 บาท 3. ถนนอุปลีสาน (ช่วงถนนแจ้งสนิท-ถนนชยางกูร) ด้านทิศใต้ วงเงิน 1,250,000 บาท4. ถนนศรีณรงค์ (ช่วงถนนพลแพน-ถนนราชวงศ์) วงเงิน 1,650,000 บาท
5. ถนนศรีณรงค์ (ช่วงถนนพนม-ถนนอุปราช) ด้านทิศเหนือ วงเงิน 1,540,000 บาท 6. ถนนเขื่อนธานี (ช่วงถนนยุทธภัณฑ์-ถนนเทพโยธี) วงเงิน 1,710,000 บาท ส่วนโครงการถนนนครบาล (ช่วงถนนศรีณรงค์–ถนนพโลรังฤทธิ์) และถนนเขื่อนธานี (ช่วงถนนสุปัฏน์–ถนนอุปราช) ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2 ครั้ง รวม24 โครงการ
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอบันทึกขออนุมัติดำเนินการโดยวิธีสอบราคา จำนวน 6 โครงการ ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ อนุมัติให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคาตามประกาศเทศบาลนคร อุบลราชธานี ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2549 จำนวน 6 ฉบับทั้งนี้ ในขั้นตอนการส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคา ขั้นตอนการซื้อซอง ขั้นตอนการจัดทำใบเสนอราคา และขั้นตอนการยื่นซองสอบราคานายเกรียง (พ้นจากตำแหน่ง สส.) เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 24กุมภาพันธ์ 2549) นายกานต์ ขณะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภากับพวก ยังคงมีพฤติการณ์การกระทำในลักษณะเดียวกันกับโครงการสอบราคาใน 7 โครงการแรกทั้งสิ้น
