หมอเผยสาเหตุสุดเศร้า ทำไมเรายังได้ยินข่าวผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เหตุการณ์จะผ่านไปหลายวัน ยังต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจคร่าชีวิต
-001.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Fire & Rescue Thailand
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 หมอโจอี้ นพ.ศิรสิทธิ์ เลาหทัย ศัลยแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดส่องกล้อง โพสต์ให้ความรู้ถึงกรณีไฟไหม้ใหญ่ ซึ่งแม้ผู้ประสบเหตุไฟไหม้รุนแรงจะสามารถหนีออกจากกองเพลิงมาได้ แต่ก็ยังมีโอกาสเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน ทั้งการบาดเจ็บของทางเดินหายใจ การสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง การติดเชื้อ และภาวะอวัยวะล้มเหลว ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรามักได้ยินข่าว มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม แม้เวลาจะผ่านไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์หลังเกิดเหตุ
ทำไมเรายังได้ยินว่า "มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม" หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ไม่กี่วัน หรือแม้แต่หลายสัปดาห์ต่อมา
สำหรับคนไข้ไฟไหม้รุนแรง (Major Burn) การรอดออกมาจากเหตุการณ์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ เพราะหลังจากไฟดับ สงครามที่เกิดขึ้น "ภายในร่างกาย" เพิ่งเริ่มต้นขึ้น
ชั่วโมงแรก: การต่อสู้กับ "การหายใจ"
ในเหตุการณ์นั้น เราจะสูดเอาความร้อนและควันไฟเข้าไป ลองนึกภาพแผลพุพองที่เกิดขึ้นในหลอดลมของเรา ความร้อนจะทำให้หลอดลมและทางเดินหายใจค่อย ๆ บวมและตีบลงเรื่อย ๆ
นี่คือเหตุผลที่หลายครั้งแพทย์จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจตั้งแต่คนไข้ยังหายใจได้ดี เพราะถ้ารอจนหลอดลมบวมเต็มที่ แม้แต่การใส่ท่อช่วยหายใจก็อาจไม่สามารถทำได้
24-48 ชั่วโมงแรก: ร่างกายเหมือน "ถังน้ำที่รั่ว"
หลายคนเคยโดนน้ำร้อนลวก ตุ่มน้ำใส ๆ นั่นคือน้ำที่รั่วออกมา ถ้ามีแผลแบบนั้นเกิดขึ้นเกือบทั้งร่างกาย น้ำและโปรตีนจะรั่วออกมาปริมาณมาก อาจจะถึงหลายลิตรต่อวัน
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น
ร่างกายจะตอบสนองต่อแผลไฟไหม้ด้วยการปล่อยสารอักเสบออกมาจำนวนมหาศาล สารเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกาย "รั่ว"
ลองนึกภาพหัวใจกำลังสูบน้ำผ่านสายยาง เพื่อส่งไปเลี้ยงสมอง หัวใจ ไต และอวัยวะสำคัญ แต่สายยางเส้นนั้นกลับถูกเจาะรูไว้เต็มไปหมด ต่อให้เติมน้ำเข้าไปมากแค่ไหน น้ำก็ไหลออกตามรูตลอดเวลา
น้ำที่ควรอยู่ในกระแสเลือดกลับรั่วออกไปอยู่ตามเนื้อเยื่อ แขนขาบวม ผิวหนังบวม และที่อันตรายที่สุดคือน้ำรั่วเข้าไปที่ปอด จนเกิดภาวะ "น้ำท่วมปอด"
แพทย์ต้องคำนวณการให้สารน้ำอย่างละเอียด ให้น้อยเกินไป ความดันตก อวัยวะขาดเลือด ให้มากเกินไป น้ำท่วมปอด หายใจไม่ไหว ถึงแม้จะมีเครื่องช่วยหายใจก็ตาม สุดท้าย ปอด ไต หัวใจ และตับ อาจค่อย ๆ ล้มเหลวตามกันไป
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Fire & Rescue Thailand
หลังสัปดาห์แรก: ศัตรูที่มองไม่เห็น
ถ้าผ่านวิกฤตช่วงแรกมาได้ การต่อสู้ที่ยากที่สุดคือการติดเชื้อ แผลไฟไหม้จะมีเนื้อตายจำนวนมาก ซึ่งสามารถติดเชื้อได้ง่าย แต่ไม่ใช่แค่แผลเท่านั้น คนไข้หลายรายต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ต้องใส่สายสวนปัสสาวะ ต้องใส่สายให้น้ำเกลือเข้าหลอดเลือดดำที่คอ และต้องนอนใน ICU เป็นเวลานาน
สิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทั้งสิ้น และที่น่ากังวลที่สุดคือเชื้อที่พบใน ICU มักเป็นเชื้อดื้อยา
เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ร่างกายจะเกิดภาวะติดเชื้อรุนแรง (Sepsis)
ความดันเริ่มตก ไตหยุดทำงาน หัวใจทำงานหนักขึ้น ปอดล้มเหลว อวัยวะหลายระบบค่อย ๆ หยุดทำงานทีละอย่าง ทุกวันของการรักษาจึงเหมือนการเดินอยู่บนเส้นด้าย
เวลาที่เราเห็นข่าวว่า "มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม" รายวัน เป็นเพราะร่างกายของผู้ป่วยกำลังต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การบาดเจ็บของทางเดินหายใจ การสูญเสียน้ำอย่างมหาศาล การอักเสบทั่วร่างกาย การติดเชื้อ จนถึงภาวะอวัยวะหลายระบบล้มเหลว
สำหรับคนไข้ไฟไหม้รุนแรง การหนีออกจากกองเพลิงได้อาจเป็นเพียงก้าวแรก แต่การต่อสู้เพื่อมีชีวิตรอดยังดำเนินต่อไปอีกหลายสัปดาห์
สำหรับบางคน การรักษาไม่ได้จบลงเมื่อแผลหาย แต่ยังต้องเผชิญกับการทำกายภาพบำบัด รอยแผลเป็น และบาดแผลในจิตใจ ที่อาจติดตัวไปอีกนาน
ขอส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บทุกคน ครอบครัวของพวกเขา รวมถึงทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง ขอให้ทุกคนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกันครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก






