Kapook.com

เปิดกฎหมายเลี้ยงสัตว์ใน กทม. พร้อมวิธีขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของควรรู้

แก้ไขเมื่อ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 15:53 น.

เปิดกฎหมายเลี้ยงสัตว์ใน กทม. พร้อมวิธีขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของควรรู้

แก้ไขเมื่อ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 15:53 น.

เปิดข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์ใน กทม. ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ 10 มกราคม 2569 ใครต้องลงทะเบียนบ้าง มีข้อกำหนดอย่างไร ไปดูเลย

ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์ใน กทม

สำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะ สุนัข หรือ แมว และเลี้ยงสัตว์ภายในเขตของ กทม. มาเตรียมตัวไปลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงกัน เพราะตอนนี้ได้มีการประกาศ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 และกำลังจะมีผลบังคับใช้ 10 มกราคม 2569 เอาไว้เตรียมตัวไปลงทะเบียนล่วงหน้ากัน

สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในข้อกำหนด

  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว เม่นแคระ ฯลฯ
  • สัตว์ปีก เช่น นก ฯลฯ
  • สัตว์น้ำ เช่น กุ้ง ปลา ฯลฯ
  • สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เช่น ซาลาแมนเดอร์ กบ ฯลฯ 
  • สัตว์เลื้อยคลาน เช่น กิ้งก่า ฯลฯ
  • สัตว์มีพิษหรือสัตว์ดุร้าย เช่น งู ฯลฯ 

การเลี้ยงสัตว์ตามพื้นที่

เลี้ยงนก
  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น วัว ควาย ม้า กวาง หรือสัตว์ที่มีขนาดเดียวกัน เลี้ยงได้ 1 ตัว ขนาดพื้นที่ 50 ตร.วา
  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น แพะ แกะ หมู ม้าแคระ หรือสัตว์ที่มีขนาดเดียวกัน เลี้ยงได้ 3 ตัว ขนาดพื้นที่ 50 ตร.วา
  • ไก่ เป็ด ห่าน 1 ตัว ขนาดพื้นที่ 4 ตร.ม. 
  • นกขนาดใหญ่ 1 ตัว เช่น นกกระจอกเทศ หรือนกที่มีขนาดเดียวกัน ขนาดพื้นที่ 50 ตร.ม. 
  • นกขนาดเล็ก 5 ตัว ขนาดพื้นที่ 1 ตร.ม.

ห้ามเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่สาธารณะ ยกเว้นเพื่อรักษาพยาบาล การย้ายที่อยู่ของเจ้าของ การปล่อยสัตว์เพื่อการกุศล/จารีตประเพณี

ข้อกำหนดจำนวนสุนัขและแมวตามพื้นที่

คอนโดหรือห้องเช่า

  • ห้องเช่าหรือคอนโด ขนาดไม่เกิน 20-80 ตร.ม. : เลี้ยงได้ 1 ตัว
  • ห้องเช่าหรือคอนโด ขนาด 80 ตร.ม. ขึ้นไป : เลี้ยงได้สูงสุด 2 ตัว

เนื้อที่ที่ดิน

  • เนื้อที่ที่ดินขนาดไม่เกิน 20 ตร.วา : เลี้ยงได้ 2 ตัว
  • เนื้อที่ที่ดินขนาดไม่เกิน 50 ตร.วา : เลี้ยงได้ 3 ตัว
  • เนื้อที่ที่ดินขนาดไม่เกิน 100 ตร.วา : เลี้ยงได้ 4 ตัว
  • เนื้อที่ที่ดินขนาด 100 ตร.วา ขึ้นไป : เลี้ยงได้ไม่เกิน 6 ตัว
  • สัตว์เศรษฐกิจ เช่น วัว ม้า เป็ด ไก่ : ต้องมีพื้นที่ตามที่กำหนด

ข้อกำหนดการเลี้ยงสุนัขและแมว

เลี้ยงสัตว์

เจ้าของสุนัขและแมวจะต้องนำสัตว์ไปฝังไมโครชิปที่คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์เอกชนที่รับฝังไมโครชิป จดทะเบียนและออกบัตรประจำตัวภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่สัตว์เกิด หรือภายใน 30 วัน นับตั้งแต่นำสัตว์เข้ามาเลี้ยงในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถทำได้ 2 วิธี คือ จดทะเบียนด้วยตัวเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปช่วยจดทะเบียนแทน โดยใช้เอกสารดังนี้

เอกสารจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง

  • บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของสัตว์ 
  • ทะเบียนบ้านที่สัตว์อาศัย
  • ใบรับรอง (คสส.1)
  • หนังสือรับรองการฉีดวัคซีน (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองการผ่าตัดทำหมันจากสัตวแพทย์ (ถ้ามี)
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
  • หนังสือยินยอมจากผู้เช่า กรณีเป็นผู้เช่า

สถานที่จดทะเบียนสัตว์เลี้ยง

เจ้าของสัตว์นำเอกสารไปยื่นคำร้องกับเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยงานที่รับจดทะเบียน สํานักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สํานักอนามัย สํานักงานเขต หรือสถานที่ที่กรุงเทพมหานครกําหนด ได้แก่ คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 8 แห่ง ดังนี้

  • กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง โทร. 0 2248 7417
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม.1 สี่พระยา เขตบางรัก โทร. 0 2236 4055 ต่อ 213
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม.2 มีนบุรี เขตมีนบุรี โทร. 0 2914 5822
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม.3 วัดธาตุทอง เขตวัฒนา โทร. 0 2392 9278
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม.4 บางเขน เขตจตุจักร โทร. 0 2579 1342
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม.5 วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ โทร. 0 2472 5895 ต่อ 109
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม.6 ช่วงนุชเนตร เขตจอมทอง โทร. 0 2476 6493 ต่อ 1104
  • คลินิกสัตวแพทย์ กทม.7 บางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย โทร. 0 2411 2432

วิธีปฏิบัติเมื่อนำสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้าน

  • ควบคุมสัตว์เลี้ยงของตัวเองไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนกับคนอื่น 
  • เจ้าของต้องเก็บสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ของสัตว์ในที่สาธารณะ
  • หากนำสัตว์ออกนอกสถานที่ต้องใช้สายจูงหรือกรง

สุนัขควบคุมพิเศษ

ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงอยู่ในกลุ่มสุนัขควบคุมพิเศษ คือ พิตบูลเทอร์เรีย, บูลเทอร์เรีย, สแตฟฟอร์ดเชอร์ บูลเทอร์เรีย, ร็อตไวเลอร์ และฟิล่า บราซิเลียโร รวมถึงสุนัขที่มีประวัติทำร้ายคนหรือพยายามทำร้ายคน ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเปลี่ยนเป็นสุนัขควบคุมพิเศษด้วย หากฝ่าฝืนจะมีโทษตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535

เมื่อออกนอกสถานที่เลี้ยงต้องใส่อุปกรณ์ครอบปาก ใช้สายจูงที่มั่นคงแข็งแรง และจับสายจูงห่างจากคอสุนัขไม่เกิน 50 ซม. ตลอดเวลา

ข้อกำหนดอื่น ๆ

  • หากมีการเปลี่ยนเจ้าของสุนัขและแมว ให้เจ้าของคนใหม่นำเอกสารไปยื่นแจ้งลงทะเบียนใหม่ด้วย 
  • หากมีการย้ายที่อยู่ หรือบัตรประจำตัวสุนัขและแมวหาย โดนทำลาย หรือชำรุด รวมถึงสุนัขและแมวตาย ให้เจ้าของไปแจ้งต่อหน่วยงานที่รับจดทะเบียนภายใน 30 วัน 
  • ในกรณีสุนัขหรือแมวหาย ให้เจ้าของไปแจ้งต่อหน่วยงานที่รับจดทะเบียนภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ทราบ หากเจอสัตว์เลี้ยงสูญหายแล้วให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 3 วัน 
  • หากเลี้ยงสัตว์เกินจำนวนตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และเลี้ยงมาก่อนที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายในวันที่ 10 มกราคม 2569 ในระหว่างนี้ให้เจ้าของไปแจ้งขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงไว้ที่สำนักงานเขตของ กทม. ว่าเลี้ยงเอาไว้กี่ตัว และสามารถเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดที่เคยเลี้ยงมาจนกว่าจะหมดอายุขัย ไม่ต้องนำไปปล่อย และดูแลไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนแก่เพื่อนบ้านหรือชุมชน นอกจากนั้นอย่าลืมนำสัตว์เลี้ยงไปฝังไมโครชิป สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก 10-20 ตัว สามารถติดต่อที่คลินิกสัตวแพทย์ หรือสำนักงานเขต กทม. ให้เข้าไปฝังไมโครชิปที่บ้านได้ 

ทั้งนี้ หากใครมีข้อสงสัยสามารถอ่านประกาศฉบับเต็มได้จาก สรุปสาระสําคัญข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 หรือติดต่อสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข ที่เบอร์ 0 2245 3311 หรือศูนย์ข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน เบอร์ 1111

ใครที่เลี้ยงสัตว์ประเภทหมา-แมว อย่าลืมพาเจ้าตัวน้อยไปฝังไมโครชิปและลงทะเบียนให้เรียบร้อยกันนะคะ เพราะหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 อีกทั้งเพื่อเป็นการลดปัญหาสัตว์จรจัดที่เกิดจากการปล่อยทิ้งสัตว์เลี้ยง ทำให้สิ่งแวดล้อมในบ้านเมืองอยู่ในสภาพดี และมีฐานข้อมูลการเลี้ยงสัตว์สำหรับใช้ในการวางแผนควบคุมป้องกันโรคอีกด้วย

รวมรูปภาพ เปิดกฎหมายเลี้ยงสัตว์ใน กทม. พร้อมวิธีขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของควรรู้

เลี้ยงสัตว์ข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์ใน กทมเลี้ยงนก

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ