เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง ตามรอยคลื่นแห่งรัก เปิดใจรับความหลากหลาย

          เปิดเส้นทาง “ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง” เที่ยวไต้หวันในมุมที่มากกว่าวิวสวย ๆ กับเรื่องราวของธรรมชาติ ผู้คน และความหลากหลาย ที่จะพาไปสัมผัส “คลื่นแห่งรัก” หลากหลายรูปแบบ 
          สำหรับใครที่กำลังมองหาจุดหมายสำหรับทริปต่อไป เที่ยวไต้หวัน ยังเป็นอีกตัวเลือกที่น่าหยิบมาใส่ไว้ในลิสต์ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกและทางใต้ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ผู้คน และเรื่องราวน่าประทับใจ ครั้งนี้เราจะพาออกเดินทางผ่าน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง กับธีม "Waves of Love" หรือ "คลื่นแห่งความรัก" ที่ชวนมองความรักในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ความรักที่มีต่อธรรมชาติ บ้านเกิด และวัฒนธรรม ไปจนถึงการเปิดกว้างและยอมรับในความหลากหลายของผู้คน โดยเฉพาะมุมมองของไต้หวันที่เป็นมิตรและเปิดพื้นที่ให้ชุมชน LGBTQ+ ได้ใช้ชีวิตอย่างเป็นตัวของตัวเอง ตลอดเส้นทางจึงไม่ใช่แค่การออกไปพบสถานที่สวย ๆ แต่ยังเป็นการเปิดใจรับเรื่องราวดี ๆ ที่ค่อย ๆ พัดเข้ามาเหมือนคลื่นลูกแล้วลูกเล่า จนบางทีเราอาจเผลอตกหลุมรักไต้หวันโดยไม่รู้ตัว 

เที่ยวไต้หวัน
ฮวาเหลียน - ไถตง - เกาสง

คลื่นลูกที่ 1: Love Nature ฮวาเหลียน (Hualien) ธรรมชาติที่โอบรับทุกคนอย่างเท่าเทียม

          จุดหมายแรกของเราอยู่ที่ฮวาเหลียน (Hualien) เมืองชายฝั่งทางตะวันออกของไต้หวันที่โอบล้อมด้วยภูเขา ทะเล และธรรมชาติสวย ๆ แบบไม่ต้องปรุงแต่ง ยิ่งออกจากตัวเมืองแล้วมุ่งหน้าไปตามเส้นทางเลียบชายฝั่ง ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนได้ปล่อยใจให้ช้าลงตามจังหวะของธรรมชาติ หลังจากบินมาลงที่ไทเป เราสามารถเดินทางต่อมายังฮวาเหลียนได้ทั้งรถไฟด่วน (TRA) หรือเช่ารถขับเที่ยวก็สะดวก โดยเฉพาะสายเที่ยวที่ชอบแวะชมวิวตามใจ เพราะสองข้างทางมีทั้งภูเขาและทะเลสวย ๆ ให้หยุดเก็บความประทับใจกันได้ตลอดทาง เริ่มต้นทริปนี้กันที่…
เส้นทางศึกษาธรรมชาติต้าสือปี่ซาน (Dashibi Hill)
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          หนึ่งในจุดที่เราอยากชวนให้ลองแวะคือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติต้าสือปี่ซาน (Dashibi Hill) จุดชมวิวที่เหมาะกับการมาเดินเล่นรับลมทะเลแบบสบาย ๆ เส้นทางมีความยาวประมาณ 750 เมตร และเปิดให้เดินชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินโดยรวมไม่นานนัก จึงเหมาะแม้แต่คนที่ไม่ได้เป็นสายเดินป่าตัวยง หลังจากจอดรถแล้วเราจะเจอกับทางเดินไม้ที่ค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปตามแนวหินและหน้าผาริมทะเล ทางไม่ได้ชันจนเกินไป ระหว่างทางมีลมทะเลพัดมาให้รู้สึกสดชื่นเป็นระยะ แถมยังมีลานจอดรถ ห้องน้ำ ป้ายบอกระยะทาง และศาลาพักให้แวะพักเหนื่อย เรียกได้ว่าเดินเที่ยวได้ค่อนข้างสบาย
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          ระหว่างทางลองสังเกตธรรมชาติรอบตัวกันดู จะพบพืชพรรณนานาชนิด รวมถึงภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของบริเวณนี้ โดยเนินเขามีส่วนแหลมยื่นออกไปในทะเลคล้าย “จมูก” ขณะที่ตัวภูเขามีรูปร่างคล้าย “กระดองเต่า” จึงเป็นที่มาของชื่อภูเขาต้าสือปี่ หรือภูเขากุ้ยอัน ซึ่งหากลองมองจากแผนที่ก็จะเห็นภาพหัวเต่าได้อย่างน่าสนใจ เส้นทางนี้มีศาลาพักอยู่ 2 หลัง ใครที่ยังไหวเราแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบหยุดที่หลังแรก ลองเดินต่อไปจนถึงศาลาหลังที่ 2 เพราะวิวจากตรงนั้นคุ้มค่ากับการเดินขึ้นมาอย่างแน่นอน เบื้องหน้าคือภาพของมหาสมุทรแปซิฟิกและอ่าวจี๋ฉีที่ทอดตัวกว้างสุดสายตา มองไกล ๆ ยังเห็นทางหลวงเลียบชายฝั่งพาดผ่านภูมิทัศน์อย่างลงตัว
          ส่วนใครที่อยากขึ้นไปยังจุดชมวิวที่สูงกว่านั้น อาจต้องเช็กสภาพอากาศกันสักนิด เพราะหากวันไหนลมแรงหรือฝนตกก็อาจไม่สามารถขึ้นไปได้ แนะนำให้ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทาง จะได้เที่ยวกันแบบสบายใจ และเมื่อได้ยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ มองเห็นภูเขา ทะเล และท้องฟ้าค่อย ๆ กลืนเป็นเส้นเดียวกัน ก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมสถานที่แห่งนี้จึงเหมาะกับคำว่า Love Nature เพราะธรรมชาติไม่ได้เลือกว่าจะต้อนรับใคร ทุกคนที่เดินทางมาถึงต่างได้รับความสวยงามตรงหน้าอย่างเท่าเทียมกัน
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เขตนันทนาการซือทีผิง (Shitiping)
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          จากต้าสือปี่ซาน เดินทางต่อมาอีกไม่ไกลก็ถึงเขตนันทนาการซือทีผิง (Shitiping) อีกหนึ่งจุดหมายที่คนรักธรรมชาติไม่ควรพลาด โดยเฉพาะใครที่ชอบดูภูมิประเทศแปลกตา ที่นี่จะทำให้เราได้เห็นพลังของธรรมชาติผ่านร่องรอยบนผืนหินอย่างชัดเจน บริเวณชายฝั่งเกิดเป็นชั้นหินรูปร่างคล้ายขั้นบันไดจากการกัดเซาะของคลื่นและลมทะเล เมื่อยืนมองออกไปจะเห็นน้ำทะเลสีเข้มกระทบแนวหินเป็นจังหวะ ด้านหลังเป็นแนวภูเขาที่เรียงตัวกัน พร้อมไอหมอกบาง ๆ ที่ลอยอยู่เหนือยอดเขา ทำให้บรรยากาศตรงหน้าดูเหมือนภาพวาด
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          ซือทีผิงไม่ได้มีเพียงวิวทะเลให้ชมเท่านั้น เพราะพื้นที่แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางธรณีวิทยา ทั้งหลุมหม้อที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล แนวปะการังโบราณที่ถูกดันตัวขึ้นมาจากใต้ทะเล รวมถึงรอยแยกของเสาหินและหินภูเขาไฟที่มีความหนากว่า 100 เมตร ซึ่งเกิดจากการเย็นตัวของลาวาในอดีต
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          ใครชอบเที่ยวแบบได้ทั้งรูปสวยและได้ความรู้กลับไปด้วย ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์ไม่น้อย และความโดดเด่นของซือทีผิงก็ไม่ได้มีแค่เรื่องธรรมชาติ เพราะสถานที่แห่งนี้ยังเคยถูกใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายทำภาพยนตร์ Silence ของผู้กำกับระดับโลกอย่าง มาร์ติน สกอร์เซซี มาแล้ว เรียกว่ามาถึงแล้วได้เดินตามรอยทั้งธรรมชาติและภาพยนตร์ในคราวเดียว
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

taiwan

คลื่นลูกที่ 2 : Love Local ฉือซ่าง (Chishang) เรียนรู้ความรักผ่านผู้คนและวิถีชีวิตเรียบง่าย

          ออกจากฮวาเหลียน เรามุ่งหน้าต่อมายังฉือซ่าง (Chishang) ในเมืองไถตง พื้นที่ที่หลายคนอาจคุ้นตาจากภาพทุ่งนาสีเขียวสวย ๆ แต่เมื่อได้เดินทางมาถึงจริง ๆ แล้วจะพบว่าเบื้องหลังทิวทัศน์เหล่านั้นยังมีเรื่องราวของผู้คน ชุมชน จากพื้นที่ชนบทที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองข้าม ฉือซ่างค่อย ๆ พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสียง และทำให้เราได้เห็นว่า เมื่อคนในพื้นที่มองเห็นคุณค่าของบ้านเกิด การท่องเที่ยวก็สามารถกลายเป็นอีกแรงที่ช่วยให้ชุมชนเติบโตไปพร้อมกับการรักษาวิถีดั้งเดิม 
บราวน์บูเลอวาร์ด (Brown Boulevard)
taiwan

          สำหรับใครที่ชอบทุ่งนาสวย ๆ และภาพวิวโล่งกว้าง บราวน์บูเลอวาร์ด (Brown Boulevard) น่าจะเป็นหนึ่งในจุดที่ถูกใจ เพราะทันทีที่มาถึง เราจะได้เห็นถนนสายเล็ก ๆ พาดผ่านทุ่งนาสีเขียวสด โดยมีแนวภูเขาเป็นฉากหลัง และที่สะดุดตาเป็นพิเศษคือแทบไม่มีเสาไฟหรือสายไฟมารบกวนสายตาเลย 
taiwan

          พอได้ปั่นจักรยานเข้าไปจริง ๆ จะสัมผัสได้ถึงความต่างจากการเที่ยวในเมืองอย่างชัดเจน ลมเย็น ๆ พัดผ่านท้องทุ่งสองข้างทาง เสียงรอบตัวเงียบลง และมีเพียงวิวภูเขากับผืนนากว้าง ๆ ให้มองไปได้เรื่อย ๆ ยิ่งถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้เห็นอีกบรรยากาศ เพราะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าว จากทุ่งสีเขียวที่คุ้นตาจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองเต็มผืน ให้ความรู้สึกอบอุ่นไปอีกแบบ และไม่ว่าจะมาในช่วงไหน ที่นี่ก็ยังมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
taiwan

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือการแวะถ่ายรูปกับ “ต้นไม้คาเนชิโระ ทาเคชิ” ต้นไม้เพียงต้นเดียวที่ยืนเด่นอยู่กลางทุ่งนา ซึ่งโด่งดังจากโฆษณาของ EVA Air ที่นักแสดงชื่อดัง ทาเคชิ คาเนชิโระ เคยมาถ่ายไว้เมื่อปี 2013 จนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวพากันมาตามรอย แม้ต้นไม้ต้นนี้จะเคยได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นจนล้มลง แต่ด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วนก็สามารถฟื้นฟูและทำให้กลับมายืนต้นได้อีกครั้ง เรื่องราวเล็ก ๆ นี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของคนในพื้นที่ที่ช่วยกันดูแลสิ่งสำคัญของบ้านเกิด
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          และเมื่อมองไปรอบ ๆ จะพบว่าภาพทุ่งนากว้างไร้สายไฟที่เราเห็นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากการจัดสรรพื้นที่เกษตรอย่างเป็นระบบ รวมถึงความร่วมมือของชุมชนและภาครัฐ โดยพื้นที่ทุ่งนากำหนดให้ใช้จักรยานหรือจักรยานไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อลดทั้งเสียงและมลพิษ

          นอกจากนั้น ฉือซ่างยังมีการจัดประกวดข้าวเป็นประจำ จนสามารถผลิตข้าวคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในไต้หวัน ยิ่งทำให้เราเห็นภาพของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ชัดขึ้นว่า การท่องเที่ยวกับการเกษตรสามารถเดินไปด้วยกันได้จริง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

โรงสีข้าวเพื่อการท่องเที่ยวสหกรณ์การเกษตรฉือซ่าง
          ถ้าอยากเข้าใจเรื่องราวของข้าวฉือซ่างให้มากขึ้น เราแนะนำให้แวะต่อที่ โรงสีข้าวเพื่อการท่องเที่ยวสหกรณ์การเกษตรฉือซ่าง ซึ่งเป็นเหมือนอีกหนึ่งหน้าต่างที่เปิดให้เราได้มองเห็นเบื้องหลังของข้าวหนึ่งเมล็ด ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงขั้นตอนการสี
taiwan

           ที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็น “โรงงานท่องเที่ยวข้าวที่สวยที่สุดในไต้หวัน” ภายในมีทั้งพื้นที่เรียนรู้เรื่องวงจรชีวิตของข้าว เวิร์กช็อปงานคราฟต์และผลิตภัณฑ์จากข้าว รวมถึงพิพิธภัณฑ์เครื่องมือทางการเกษตรแบบโบราณ ใครที่ชอบเที่ยวแบบได้เรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นไปด้วยน่าจะเพลินกับที่นี่ไม่น้อย
taiwan

          สำหรับ ข้าวฉือซ่าง ยังเป็นสินค้าเกษตรชนิดแรกของไต้หวันที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ตั้งแต่ปี 2005 โดยมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ตั้งแต่สารเคมีตกค้าง ความชื้น ไปจนถึงคุณภาพของเมล็ดข้าว เพื่อรักษามาตรฐานและป้องกันการนำข้าวจากพื้นที่อื่นมาปะปน 
          ใครอยากหาของฝากกลับบ้าน ที่นี่ก็มีร้านค้าจำหน่ายข้าวฉือซ่างเกรดพรีเมียม รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวให้เลือกหลายอย่าง ทั้งสบู่จากข้าว ชาข้าว และขนมต่าง ๆ แม้ราคาจะสูงกว่าข้าวทั่วไปอยู่บ้าง แต่เมื่อได้รู้เรื่องราวเบื้องหลังและกระบวนการคัดสรร ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมคนไต้หวันถึงยอมจ่ายเพื่อข้าวคุณภาพ 
taiwan

taiwan

          เมื่อมองย้อนกลับไปทั้งบราวน์บูเลอวาร์ดและโรงสีข้าวแห่งนี้ เราจะเห็นภาพของ Love Local ได้ชัดเจนขึ้น ความรักในที่นี้อาจไม่ได้หวือหวา แต่เป็นความผูกพันเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน ระหว่างผู้คน ผืนดิน และบ้านเกิดที่พวกเขาช่วยกันดูแล 

คลื่นลูกที่ 3 : Love Culture ฟาร์มชนพื้นเมืองปู้หนง (Bunun Tribal Leisure Farm)

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          จากเรื่องราวของผืนนา เราเดินทางเข้าสู่หุบเขาในเมืองไถตง เพื่อทำความรู้จักกับ ชนพื้นเมืองปู้หนง (Bunun) 1 ใน 16 กลุ่มชนพื้นเมืองของไต้หวัน ผ่าน Bunun Tribal Leisure Farm ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้เข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ภายในมีทั้งประติมากรรมไม้แกะสลักโบราณ อาหารพื้นถิ่น และกิจกรรมที่ช่วยให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวของชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          ไฮไลต์ที่เราอยากให้รอฟังคือการแสดง “Pasibutbut” บทเพลงประสานเสียงสำหรับพิธีเก็บเกี่ยวลูกเดือยที่มีการประสานเสียงถึง 8 คอร์ด เสียงร้องที่ดังขึ้นพร้อมกันในพื้นที่ท่ามกลางหุบเขาให้ความรู้สึกขนลุกแบบบอกไม่ถูก เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราได้สัมผัสวัฒนธรรมผ่าน “เสียง” มากกว่าการยืนดูอยู่ห่าง ๆ
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          นอกจากการชมการแสดงแล้วยังมีกิจกรรมให้ลองทำด้วยตัวเอง ทั้งการยิงธนูแบบพรานป่าปู้หนง การทอผ้าโบราณ และงานคราฟต์เครื่องประดับ ใครที่ชอบเที่ยวแบบได้ลงมือทำไปพร้อมกับเรียนรู้เรื่องราวของคนท้องถิ่นน่าจะสนุกกับช่วงเวลานี้เป็นพิเศษ

          สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือเรื่องราวของคนรุ่นใหม่ในชุมชน จากวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยมีวัฒนธรรมการดื่มเหล้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งหันมาปลูกกาแฟ และพยายามสร้างอาชีพใหม่ ๆ ในบ้านเกิด เพื่อให้คนหนุ่มสาวยังสามารถใช้ชีวิตและสร้างรายได้อยู่ในชุมชนของตัวเอง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า การรักษาวัฒนธรรมไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างต้องหยุดนิ่งอยู่กับอดีต แต่สามารถนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาผสมผสานกับรากเดิมได้อย่างลงตัว เพื่อให้ภาษา ประเพณี และวิถีชีวิต ยังคงเดินทางต่อไปถึงคนรุ่นหลัง และนั่นทำให้ Love Culture ในทริปนี้มีความหมายมากกว่าการมาเที่ยวชมวัฒนธรรม แต่คือการได้เห็นความรักที่คนกลุ่มหนึ่งมีต่อบ้านเกิดของตัวเอง ได้เห็นความพยายามในการรักษาอัตลักษณ์ พร้อมกับเปิดรับความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ทิ้งรากเดิม
          ยิ่งกว่าสถานที่เที่ยวซึ่งสามารถจัดทริปมาได้ทั้งปี ที่เมืองไถตงยังมีความพิเศษอยู่ที่งานเทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน ที่จัดขึ้นต่อเนื่องทุกปี ร่วมปล่อย “บอลลูนสีรุ้ง” ขึ้นสู่ฟากฟ้า ในผู้คนได้มาชมความสวยงามจากบอลลูนลมร้อนนานาชาติ ซึ่งมีธีมในแต่ละปีให้ชวนติดตาม 
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

คลื่นลูกที่ 4 : Love Freedom เกาสง (Kaohsiung) เมืองที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเอง

          เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของทริป ปิดท้ายกันที่เกาสง (Kaohsiung) มหานครทางตอนใต้ของไต้หวัน ที่เต็มไปด้วยสีสัน ความคึกคัก และบรรยากาศที่เปิดกว้าง ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่าที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย แต่ยังสะท้อนภาพของ “เสรีภาพ” และการยอมรับความหลากหลายได้อย่างชัดเจน อย่างที่รู้กันว่าไต้หวันเป็นดินแดนแรกในเอเชียที่รับรองการสมรสระหว่างคนเพศเดียวกันตามกฎหมายตั้งแต่ปี 2019 และเมื่อเดินเที่ยวในเกาสง เราจะพบเรื่องราวของความเท่าเทียมแทรกอยู่ทั้งในงานศิลปะ สีสันบนท้องถนน และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ 
โบสถ์สายรุ้ง (Rainbow Arch)
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          จุดแรกที่เราแวะมาในเกาสงคือ โบสถ์สายรุ้ง (Rainbow Arch) บนเกาะฉีจิน แลนด์มาร์กริมทะเลที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ด้วยงานศิลปะรูปทรงเรขาคณิตโค้งมนที่ไล่เฉดสีสันสดใส ตั้งเรียงตัวอยู่ริมทะเล โดยสื่อถึง “ความสุข” และกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่สะท้อนเรื่องความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายของเมือง 
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ จะรู้สึกเลยว่าจุดนี้เหมาะกับการมาถ่ายรูปมาก โดยเฉพาะวันที่ท้องฟ้าเปิด เพราะสีสันของ Rainbow Arch จะตัดกับผืนน้ำและท้องฟ้าได้อย่างโดดเด่น ใครอยากได้ภาพมุมสวย ๆ เราแนะนำให้ลองถ่ายจากมุมเฉียงหรือมุมต่ำ โดยใช้ผิวน้ำด้านหน้าเป็นฉากสะท้อน จะได้ภาพที่ดูเหมือนซุ้มสีรุ้งกำลังลอยอยู่เหนือทะเล ที่สำคัญ ! ที่นี่ยังเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของไต้หวันจาก Yahoo ในปี 2015 อีกด้วย 
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          จาก Rainbow Arch เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะเข้าสู่ Qijin Coastal Park สวนริมทะเลขนาดใหญ่ที่เหมาะกับการมานั่งพัก สูดลมทะเล และปล่อยใจให้ช้าลง ที่นี่มีทั้งชายหาด เส้นทางชมวิว สนามฝึก BMX และพื้นที่ระบบนิเวศธรรมชาติ เรียกว่ามาที่เดียวสามารถเลือกใช้เวลาได้หลายแบบ
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          ใครเที่ยวมาทั้งวันแล้วรู้สึกเหนื่อย ๆ ลองมานั่งนิ่ง ๆ สักพัก รับรองว่าความเหนื่อยจะค่อย ๆ เบาลง หรือถ้าอยากขยับร่างกายอีกนิด จะเช่าจักรยานปั่นชมสวนไปเรื่อย ๆ ก็เป็นอีกกิจกรรมที่เข้ากับบรรยากาศของเกาะฉีจินมาก 
ศูนย์ศิลปะ Pier-2 Art Center
          จากบรรยากาศริมทะเล เราเปลี่ยนโหมดมาเดินเล่นในย่านสุดชิคอย่าง Pier-2 Art Center พื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่เกิดจากการนำโกดังเก่าริมท่าเรือเกาสงมาปรับโฉมใหม่ จากพื้นที่อุตสาหกรรมที่เคยเงียบเหงา กลายมาเป็นย่านสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะ คาเฟ่ ร้านคราฟต์ และมุมถ่ายรูปแบบเดินไปตรงไหนก็มีอะไรให้หยิบกล้องขึ้นมา 
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          บรรยากาศของที่นี่ค่อนข้างมีชีวิตชีวา ทั้งภาพวาดสตรีตอาร์ตบนกำแพง ประติมากรรมขนาดใหญ่ และงานศิลปะร่วมสมัยที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ แถมยังมีรถไฟวิ่งผ่านบริเวณใกล้เคียง ทำให้บางมุมสามารถถ่ายภาพรถไฟที่กำลังเคลื่อนผ่าน โดยมีฉากหลังเป็นโกดังและงานศิลป์สุดฮิป เป็นอีกหนึ่งมุมที่ดูเป็นเกาสงในแบบที่สนุกและร่วมสมัยมาก ๆ
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          ไฮไลต์ที่เราอยากให้ปักหมุดคือ Rainbow Intersection ลานทางเดินที่เพนต์ลวดลายสีรุ้งขนาดใหญ่ลงบนพื้น พร้อมตัวอักษร “KAOHSIUNG” โดดเด่นอยู่ตรงกลาง เป็นอีกหนึ่งภาพที่สะท้อนแนวคิดเรื่องความหลากหลายของเมือง และเปิดกว้างต่อชุมชน LGBTQ+ ได้อย่างตรงไปตรงมา ใครมาถึงแล้วอย่าลืมหามุมถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          จากบริเวณนี้หากลองมองไกลออกไปจะเห็น 85 Sky Tower ตึกสูงเด่นที่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเกาสง ตัวอาคารได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงที่ชวนให้นึกถึงเงินโบราณของไต้หวัน รวมถึงอักษรจีน “高” (Gao) ที่หมายถึง “สูง” เป็นรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจและทำให้ตึกแห่งนี้มีเอกลักษณ์มากกว่าการเป็นเพียงตึกสูงกลางเมือง
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

taiwan

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

อุโมงค์โทโทโร่ (Totoro Tunnel)
           อีกหนึ่งจุดที่เราได้แวะไปและอยากชวนสายถ่ายรูปมาปักหมุดคือ อุโมงค์โทโทโร่ (Totoro Tunnel) จุดเช็กอินที่กำลังได้รับความสนใจในเกาสง ตั้งอยู่บนเส้นทางรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ช่วงระหว่างสถานี Neiwei Art Center และ Kaohsiung Museum of Fine Arts โดยเหตุผลที่เรียกว่า Totoro Tunnel ก็เพราะสองข้างทางของรางรถไฟมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านโน้มเข้าหากัน จนเกิดเป็นอุโมงค์สีเขียวที่ให้บรรยากาศเหมือนฉากหนึ่งในแอนิเมชั่น โดยเฉพาะเวลาที่ขบวนรถไฟกำลังเคลื่อนผ่านยิ่งทำให้ภาพตรงหน้าดูน่าสนใจขึ้นไปอีก 
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          โดยหากอยากได้ภาพสวย ๆ แนะนำให้ยืนถ่ายจากข้างชานชาลา หรือจุดข้ามรถไฟ ในช่วงเวลาที่ขบวนรถไฟกำลัเคลื่อนตัวลอดผ่านอุโมงค์ต้นไม้ แต่เพื่อความปลอดภัย ขอย้ำให้ยืนอยู่หลังเส้นสีเหลืองเท่านั้น และห้ามลงไปเดินบนรางรถไฟโดยเด็ดขาด 
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          หลังจากได้เดินทางผ่านทั้งทะเล ภูเขา ทุ่งนา ชุมชน และย่านศิลปะ เรารู้สึกว่าเกาสงทำให้ภาพของ Love Freedom ชัดขึ้นมาก เพราะเสรีภาพในเมืองนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำสวย ๆ แต่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่งานศิลปะบนถนน พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้แสดงตัวตนอย่างเป็นธรรมชาติ

เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง

          และเมื่อเดินทางมาถึงปลายทาง เราก็พบว่าทั้ง 4 คลื่นของทริปนี้ล้วนมีเรื่องราวของตัวเอง Love Nature คือความรักที่มีต่อธรรมชาติ Love Local คือความผูกพันกับผู้คนและบ้านเกิด Love Culture คือการรักษารากเหง้าและอัตลักษณ์ และ Love Freedom คือการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เป็นตัวเอง เสน่ห์ของไต้หวันฝั่งตะวันออกและทางใต้จึงไม่ได้อยู่แค่ในภาพภูเขาสวย ๆ ทะเลสีคราม หรือทุ่งนาสุดลูกหูลูกตา แต่คือเรื่องราวของผู้คนที่เราได้พบระหว่างทางและความรู้สึกที่ค่อย ๆ ซึมเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
          ทริปนี้เลยอาจไม่ได้ทำให้เราแค่ “หลงรักไต้หวัน” มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้เราได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ว่า ไม่ว่าความรักจะมาในรูปแบบไหน หากเปิดพื้นที่ให้กันอย่างเข้าใจและเท่าเทียม โลกใบนี้ก็น่าอยู่ขึ้นได้อีกเยอะเลย

#Taiwan100Ways #TaiwanTourismTH #WavesofLove #เที่ยวไต้หวัน #熱氣球嘉年華 #TaiwanInternationalBalloonFestival #LGBTQ
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวไต้หวัน ฮวาเหลียน-ไถตง-เกาสง ตามรอยคลื่นแห่งรัก เปิดใจรับความหลากหลาย อัปเดตล่าสุด 27 สิงหาคม 2569 เวลา 15:37:27
TOP
x close