ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (15 ก.ค.)หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเงินเฟ้อ และอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.43% แตะที่ระดับ 100.488
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 162.05 เยน จากระดับ 162.20 เยนในวันอังคาร (14 ก.ค.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8047 ฟรังก์ จากระดับ 0.8092 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.4043 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4067 ดอลลาร์แคนาดา
ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1466 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1423 ดอลลาร์ในวันอังคาร ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3536 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3382 ดอลลาร์
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ปรับตัวขึ้น 5.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6.2% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 6.0% ในเดือนพ.ค.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.7% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.2% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือนพ.ค.
ข้อมูลดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอตัวลง และอาจทำให้เฟดไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 10.2% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.นี้ ซึ่งลดลงจากระดับ 31.0% เมื่อสัปดาห์ก่อน
ควิน วอร์ช ประธานเฟด ได้เสร็จสิ้นการแถลงนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาแล้วในวันพุธ โดยเขากล่าวว่า กระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีแนวโน้มที่จะผลักดันการใช้จ่ายด้านทุน และทำให้ราคาสินค้าปรับตัวขึ้นในช่วง 1 ปีข้างหน้า แต่เขามองว่าการดีดตัวขึ้นของราคาดังกล่าวอาจไม่ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อโดยอัตโนมัติ
ส่วนการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดคนอื่น ๆ นั้น จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก กล่าวในการประชุมผู้นำภาคธุรกิจในวันอังคารว่า เขาเห็นสัญญาณหลายประการที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว ซึ่งจะเปิดทางให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าตลาดจะยังคงคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็ตาม
นักลงทุนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย., ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือนมิ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
โดย รัตนา พงศ์ทวิช