ราคาทองร่วงลงกว่า 1% หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ในวันนี้ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้น ทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานาน
ณ เวลา 21.28 น.ตามเวลาไทย ราคาทองสปอต [GOLD.X] ลบ 48.74 ดอลลาร์ หรือ 1.20% สู่ระดับ 3,998.84 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนราคาสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. ลบ 55.20 ดอลลาร์ หรือ 1.36% สู่ระดับ 3,996.60 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาทองยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ซึ่งจะลดความน่าดึงดูดของทองทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 1% ในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง
สหรัฐโจมตีระบบป้องกันชายฝั่งและฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านเมื่อวันพุธ หลังกลับมาบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ขณะที่อิหร่านขู่ว่าจะขัดขวางการส่งออกพลังงานจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค
ความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้น หลังข้อตกลงหยุดยิงได้ล่มสลายลง ทำให้เกิดความวิตกว่าทั้งสองฝ่ายอาจทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง และส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านออกโรงเตือนในวันนี้ว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็น เส้นแดง ที่ไม่อาจละเมิดได้ และหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินการตามคำขู่ที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน อิหร่านก็จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
นอกจากนี้ อิหร่านส่งสัญญาณว่าอาจใช้กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ทำการปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นประตูสู่ทะเลแดง และเปิดแนวรบใหม่กับสหรัฐ ซึ่งจะทำให้เส้นทางลำเลียงพลังงานที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลกตกอยู่ในความเสี่ยง
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะลดความน่าสนใจของทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
นายบาร์ต เมเลก หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของ TD Securities กล่าวว่า ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง และเมื่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ในระดับสูง ตลาดจึงคาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมีแนวโน้มที่จะดีดตัวขึ้น ซึ่งจะทำให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนกันยายน
FedWatch Tool ของCMEGroup บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 56% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนก.ย.
นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวว่า เขายังคงมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง แม้เขาไม่ได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไปก็ตาม
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ