เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมรุ่นใช้งานง่าย เลือกได้ทั้งแบบเจาะ-ไม่เจาะเลือด

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ยี่ห้อไหนดี แบบเจาะเลือดหรือไม่เจาะเลือดต่างกันอย่างไร รุ่นไหนเหมาะกับเรา มาดูวิธีเลือกซื้อกันเลย
เครื่องวัดน้ําตาลในเลือด

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด กลายมาเป็นไอเทมสุขภาพชิ้นสำคัญที่หลายคนซื้อติดบ้านไว้ แม้จะไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน แต่การหมั่นเช็กระดับน้ำตาลก็ช่วยให้เราวางแผนการกินและการดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลมาก มีทั้งแบบดั้งเดิมและรุ่นใหม่อย่าง เครื่องวัดน้ำตาลแบบไม่เจาะเลือด ที่กำลังได้รับความสนใจ
          สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยดี ๆ แต่ยังเลือกไม่ถูกว่าจะซื้อ เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ยี่ห้อไหนดี วันนี้กระปุกดอทคอมรวบรวมวิธีเลือกซื้อ พร้อมแนะนำรุ่นที่น่าสนใจมาฝากกันแล้ว

เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด คืออะไร

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด คืออุปกรณ์ที่ช่วยตรวจวัดระดับน้ำตาลได้ด้วยตัวเองที่บ้าน โดยแบบที่พบได้ทั่วไปจะใช้เลือดจากปลายนิ้วเพียงเล็กน้อย หยดลงบนแผ่นตรวจ (Test Strip) จากนั้นตัวเครื่องจะประมวลผลและแสดงค่าระดับน้ำตาลภายในไม่กี่วินาที ส่วนอีกประเภทคือ เครื่องวัดน้ำตาลแบบเซ็นเซอร์ (CGM) ที่ไม่ต้องเจาะเลือดทุกครั้ง แต่ใช้เซ็นเซอร์ติดบนผิวหนังเพื่อตรวจวัดระดับกลูโคสในของเหลวระหว่างเซลล์ ทำให้สามารถติดตามแนวโน้มระดับน้ำตาลได้ตลอดวัน

          ข้อมูลที่ได้ช่วยให้เราทราบระดับน้ำตาลในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อนำไปติดตามแนวโน้มของระดับน้ำตาลในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม ผลที่ได้เป็นเพียงข้อมูลสำหรับติดตามสุขภาพ ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคหรือปรับยาได้ด้วยตนเอง ดังนั้น หากพบค่าผิดปกติควรปรึกษาแพทย์

เครื่องวัดน้ำตาลมีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร

เครื่องวัดน้ําตาลในเลือด มีกี่แบบ

          ปัจจุบันเครื่องวัดน้ำตาลในเลือดสำหรับใช้ที่บ้านแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ เครื่องวัดน้ำตาลแบบเจาะเลือดปลายนิ้ว (Blood Glucose Meter : BGM) และเครื่องวัดน้ำตาลแบบเซ็นเซอร์ (Continuous Glucose Monitor : CGM) ซึ่งมีหลักการทำงาน รวมถึงข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน ดังนี้

1. เครื่องวัดน้ำตาลแบบเจาะเลือดปลายนิ้ว (Blood Glucose Meter : BGM)

          เป็นเครื่องวัดน้ำตาลในเลือดที่พบได้ทั่วไป โดยใช้ปากกาเจาะเลือดบริเวณปลายนิ้ว เพื่อนำเลือดเพียงเล็กน้อยหยดลงบนแผ่นตรวจ (Test Strip) จากนั้นเสียบแผ่นตรวจกับตัวเครื่องเพื่อวิเคราะห์และแสดงผลภายในไม่กี่วินาที เนื่องจากเป็นการวัดระดับกลูโคสจากเลือดโดยตรง จึงมักให้ค่าที่ใกล้เคียงระดับน้ำตาลในเลือด ณ ขณะนั้น
ข้อดี
  • ราคาเครื่องค่อนข้างเข้าถึงได้ และมีหลายรุ่นให้เลือก
  • ใช้งานไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับตรวจระดับน้ำตาลที่บ้าน
  • วัดระดับกลูโคสจากเลือดโดยตรง จึงมักให้ค่าที่ใกล้เคียงระดับน้ำตาลในเลือด ณ เวลาที่ตรวจ
  • ตัวเครื่องมีอายุการใช้งานหลายปี หากดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
  • แผ่นตรวจและเข็มเจาะหาซื้อได้ง่าย
ข้อจำกัด
  • ต้องเจาะปลายนิ้วทุกครั้งที่ตรวจ จึงอาจรู้สึกเจ็บหรือไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องตรวจบ่อย
  • ไม่สามารถติดตามระดับน้ำตาลได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
  • ต้องซื้อแผ่นตรวจและเข็มเจาะใหม่เป็นประจำ เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ใช้แล้วทิ้ง

2. เครื่องวัดน้ำตาลแบบเซ็นเซอร์ (Continuous Glucose Monitor : CGM)

เครื่องวัดน้ําตาลในเลือดแบบไม่เจาะเลือด

          เครื่องวัดน้ำตาลแบบเซ็นเซอร์ หรือที่หลายคนเรียกว่า เครื่องวัดน้ำตาลแบบแปะ หรือ เครื่องวัดน้ำตาลแบบไม่เจาะเลือด เป็นอุปกรณ์ที่ติดเซ็นเซอร์ไว้บริเวณต้นแขนหรือหน้าท้อง โดยหัวเซ็นเซอร์จะอยู่ใต้ผิวหนังตื้น ๆ เพื่อวัดระดับกลูโคสในของเหลวระหว่างเซลล์ (Interstitial Fluid) แล้วส่งข้อมูลไปยังเครื่องอ่านหรือแอปพลิเคชันของผู้ผลิต ทำให้สามารถติดตามแนวโน้มระดับน้ำตาลได้ตลอดทั้งวัน
          ทั้งนี้ เซ็นเซอร์แต่ละรุ่นมีอายุการใช้งานแตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 10-15 วัน ก่อนเปลี่ยนชิ้นใหม่ (ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อและรุ่น) เหมาะกับคนที่ต้องติดตามระดับน้ำตาลบ่อย เช่น ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้อินซูลิน ผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือผู้ป่วยที่แพทย์แนะนำให้เฝ้าระวังระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด
ข้อดี
  • ไม่ต้องเจาะเลือดทุกครั้งที่ต้องการตรวจ
  • สามารถติดตามแนวโน้มระดับน้ำตาลได้ต่อเนื่องตลอดวัน
  • บางรุ่นแสดงผลแบบเรียลไทม์ และมีระบบแจ้งเตือนเมื่อระดับน้ำตาลสูงหรือต่ำกว่าที่กำหนด
  • ช่วยลดจำนวนครั้งในการเจาะปลายนิ้วในคนที่ต้องตรวจระดับน้ำตาลบ่อย
ข้อจำกัด
  • ราคาสูงกว่าเครื่องวัดน้ำตาลแบบเจาะเลือด
  • ต้องเปลี่ยนเซ็นเซอร์ตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด เช่น ทุก 7-15 วัน และบางระบบอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์อื่น
  • ต้องติดเซ็นเซอร์ไว้บนผิวหนังตลอดเวลา ซึ่งในบางคนอาจรู้สึกไม่สบายตัวหรือเกิดการระคายเคืองผิวหนัง
  • เนื่องจากเป็นการวัดระดับกลูโคสในของเหลวระหว่างเซลล์ จึงอาจแตกต่างจากค่าระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะในช่วงที่ระดับน้ำตาลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และค่าที่แสดงอาจล่าช้ากว่าระดับน้ำตาลในเลือดจริงประมาณ 5-15 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและแต่ละรุ่นของอุปกรณ์

เครื่องวัดน้ำตาล CGM แม่นยำหรือไม่

          โดยทั่วไป เครื่องวัดน้ำตาลแบบ CGM หรือแบบไม่เจาะเลือด มีความแม่นยำเพียงพอสำหรับการติดตามแนวโน้มของระดับน้ำตาลในแต่ละวัน และถูกนำมาใช้ดูแลผู้ป่วยเบาหวานอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตาม เครื่องวัดน้ำตาล CGM จะวัดระดับกลูโคสในของเหลวระหว่างเซลล์ (Interstitial Fluid) ไม่ใช่ระดับกลูโคสในเลือดโดยตรง จึงอาจมีค่าที่แตกต่างจากเครื่องวัดน้ำตาลแบบเจาะเลือดได้เล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงที่ระดับน้ำตาลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น หลังรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย หรือเมื่อมีภาวะน้ำตาลต่ำ
          นอกจากนี้ ค่าที่แสดงจาก CGM อาจล่าช้ากว่าระดับน้ำตาลในเลือดจริงประมาณ 5-15 นาที ซึ่งถือเป็นลักษณะการทำงานตามธรรมชาติของอุปกรณ์ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องทำงานผิดปกติ แต่หากต้องการทราบค่าที่แม่นยำ ณ ขณะนั้น อาจจำเป็นต้องตรวจซ้ำด้วยเครื่องวัดน้ำตาลแบบเจาะเลือดปลายนิ้ว (BGM) เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง 

วิธีเลือกซื้อเครื่องวัดน้ำตาลในเลือด

เครื่องวัดน้ําตาลในเลือด

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือดแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและฟังก์ชันแตกต่างกัน ใครยังเลือกไม่ถูก ลองอ่านตรงนี้ก่อน

เลือกประเภทของเครื่องให้เหมาะกับการใช้งาน

  • เครื่องวัดน้ำตาลแบบเจาะเลือด (Blood Glucose Meter : BGM) : เหมาะสำหรับคนที่ต้องการตรวจระดับน้ำตาลเป็นครั้งคราว หรือวันละ 1-2 ครั้ง ใช้งานง่าย ราคาเครื่องไม่สูง และมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นไม่มาก
  • เครื่องวัดน้ำตาลแบบเซ็นเซอร์ (Continuous Glucose Monitor : CGM) : เหมาะสำหรับคนที่ต้องติดตามระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง คนที่ต้องฉีดอินซูลินหลายครั้งต่อวัน หรือคนที่ไม่สะดวกเจาะเลือดบ่อย แม้จะมีราคาสูงกว่า แต่สามารถติดตามแนวโน้มระดับน้ำตาลได้ตลอดทั้งวัน

เลือกเครื่องที่ผ่านมาตรฐานและได้รับการรับรอง

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือดจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหากผ่านมาตรฐานสากล เช่น ISO หรือ CE ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน

เลือกเครื่องที่ใช้งานง่าย

          ควรเลือกเครื่องที่มีหน้าจอแสดงผลชัดเจน ตัวเลขขนาดใหญ่ อ่านง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา รวมถึงมีปุ่มกดที่ใช้งานสะดวก ไม่ซับซ้อน

เลือกเครื่องที่ใช้เลือดปริมาณน้อย

          สำหรับเครื่องวัดน้ำตาลแบบเจาะเลือด ควรเลือกรุ่นที่ใช้เลือดไม่เกินประมาณ 1 ไมโครลิตร (µL) เพื่อช่วยลดความเจ็บจากการเจาะปลายนิ้ว และทำให้ตรวจได้สะดวกยิ่งขึ้น

พิจารณาฟังก์ชันเสริม

          เครื่องวัดน้ำตาลรุ่นใหม่มักมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้น เช่น

  • ตั้งโหมดตรวจระดับน้ำตาลก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร
  • ตั้งเวลาแจ้งเตือนให้ตรวจระดับน้ำตาล
  • บันทึกผลตรวจย้อนหลังและแสดงค่าเฉลี่ย
  • แจ้งเตือนเมื่อระดับน้ำตาลสูงหรือต่ำกว่าที่กำหนด
  • เชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่าน Bluetooth เพื่อบันทึกและติดตามแนวโน้มระดับน้ำตาล
  • ปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน
  • ระบบดีดแผ่นตรวจอัตโนมัติ ช่วยลดการสัมผัสแผ่นตรวจโดยตรง
  • แจ้งเตือนความเสี่ยงภาวะคีโตน (Ketone) ในบางรุ่น

คำนึงถึงค่าใช้จ่ายในระยะยาว

          นอกจากราคาตัวเครื่องแล้ว ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์สิ้นเปลืองด้วย

  • เครื่องวัดน้ำตาลแบบเจาะเลือด : ต้องซื้อแผ่นตรวจและเข็มเจาะอย่างต่อเนื่อง จึงควรเปรียบเทียบราคา ความคุ้มค่า และความสะดวกในการหาซื้อ
  • เครื่องวัดน้ำตาลแบบเซ็นเซอร์ : ต้องเปลี่ยนเซ็นเซอร์ตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่ใช้งานได้ประมาณ 10-15 วัน นอกจากนี้ บางรุ่นแยกเซ็นเซอร์กับตัวส่งสัญญาณ (Transmitter) ออกจากกัน ขณะที่บางรุ่นรวมทั้งสองส่วนไว้ในอุปกรณ์ชิ้นเดียว ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์แตกต่างกัน

ตรวจสอบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ หากซื้อให้เด็กหรือสตรีมีครรภ์ 

          หากซื้อให้เด็กหรือสตรีมีครรภ์ ควรตรวจสอบว่าเครื่องรองรับช่วงค่าฮีมาโตคริต (HCT) ที่กว้างเพียงพอหรือไม่ เพราะค่าฮีมาโตคริต ซึ่งเป็นสัดส่วนของเม็ดเลือดแดงในเลือด อาจแตกต่างจากผู้ใหญ่ทั่วไปในบางช่วงวัยหรือบางภาวะ ถ้าเครื่องรองรับช่วง HCT ได้กว้าง ก็จะช่วยลดโอกาสที่ผลตรวจจะคลาดเคลื่อนได้

เลือกยี่ห้อที่มีบริการหลังการขาย

          ควรเลือกแบรนด์ที่มีตัวแทนจำหน่ายหรือศูนย์บริการในประเทศไทย มีการรับประกันสินค้า และสามารถติดต่อขอคำแนะนำหรือส่งซ่อมได้ หากเกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน

เลือกซื้อจากร้านค้าที่เชื่อถือได้

          ควรเลือกซื้อจากร้านขายยา ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ร้านค้าอย่างเป็นทางการของแบรนด์ (Official Store) หรือผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับสินค้าปลอมหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

          เมื่อทราบถึงวิธีเลือกซื้อกันไปแล้ว มาดูกันต่อว่ามีเครื่องวัดน้ำตาลในเลือดทั้งแบบเจาะเลือดและแบบไม่เจาะเลือด รุ่นไหนน่าสนใจในปีนี้บ้าง

เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ยี่ห้อไหนดี ปี 2026

1. เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด Sinocare Safe AQ Max III Extra

เครื่องวัดน้ําตาลในเลือด Sinocare Safe AQ Max III Extra

ภาพจาก : Sinocare.Thailand

          Sinocare Safe AQ Max III Extra เป็นเครื่องวัดน้ำตาลในเลือดที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่อ่านง่าย แสดงผลรวดเร็วภายใน 5 วินาที ด้วยค่าความแม่นยำบวก-ลบ 15% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป มีระบบดีดแผ่นตรวจอัตโนมัติเพื่อความสะดวกและถูกสุขอนามัย บันทึกผลย้อนหลังได้ 500 ครั้ง พร้อมติดแท็กก่อน-หลังอาหารและแบบสุ่ม อีกทั้งยังแจ้งเตือนเมื่อพบภาวะคีโตนในเลือด รุ่นนี้เด็กและสตรีมีครรภ์ก็ใช้ได้ รับประกันนานถึง 5 ปี ในเซตมาพร้อมแผ่นตรวจและเข็มเจาะเลือดอย่างละ 10 ชิ้น ราคาปกติ 959 บาท 

2. เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด Bluedot B-GM161 BT

เครื่องวัดน้ําตาลในเลือด Bluedot B-GM161 BT

ภาพจาก : Lifebox Official Store

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด Bluedot รุ่น B-GM161 BT ใช้เทคโนโลยีไบโอเซ็นเซอร์ (Glucose Dehydrogenase Biosensor) ในการตรวจวัด พร้อมเชื่อมต่อและถ่ายโอนข้อมูลผ่านระบบบลูทูธได้ จึงสะดวกต่อการติดตามผลผ่านสมาร์ตโฟน ตัวเครื่องมีระบบแสดงค่าเฉลี่ยของการวัด และสัญลักษณ์แยกช่วงเวลาก่อน-หลังมื้ออาหาร สามารถตั้งเวลาแจ้งเตือนให้ตรวจน้ำตาลได้สูงสุด 6 ช่วงเวลาต่อวัน และบันทึกผลย้อนหลังได้มากถึง 1,000 ครั้ง
          ในกล่องมาพร้อมปากกาเจาะเลือด เข็ม และแถบทดสอบอีก 10 ชิ้น รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ในราคาปกติ 1,550 บาท ถือเป็นตัวเลือกน่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเชื่อมต่อข้อมูลกับสมาร์ตโฟนเพื่อติดตามแนวโน้มน้ำตาลได้อย่างต่อเนื่อง

3. เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ACCU CHEK INSTANT METER

เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ACCU CHEK INSTANT METER

ภาพจาก : SAVE DRUG OFFICIAL STORE

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด Accu-Chek Instant เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่โดดเด่นเรื่องความง่ายในการใช้งาน เพราะไม่ต้องตั้งค่าใด ๆ ก่อนใช้ เพียงหยดเลือดลงบนแถบตรวจก็สามารถอ่านผลบนหน้าจอได้ภายใน 5 วินาที พร้อมแสดงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 7 วัน 30 วัน และ 90 วัน ช่วยให้เห็นแนวโน้มการควบคุมน้ำตาลได้ในภาพรวม 
          ตัวเครื่องบันทึกข้อมูลได้สูงสุด 720 ค่า และสามารถเชื่อมต่อเช็กข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน หรือถ่ายโอนข้อมูลผ่านสาย USB ไปยังคอมพิวเตอร์ได้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเก็บข้อมูลไปให้แพทย์ดูอย่างละเอียด ราคาตัวเครื่องปกติอยู่ที่ 1,390 บาท อย่างไรก็ตาม เซตนี้ไม่มีแถบตรวจแถมมาให้ด้วย จะต้องซื้อแถบตรวจเพิ่มเติมเอง

4. เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด Rossmax HS200

เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด Rossmax HS200

ภาพจาก : Rossmax Thailand

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด Rossmax HS200 จากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นอีกรุ่นที่มีระบบบลูทูธ เชื่อมต่อกับมือถือเพื่อดูผลและจัดเก็บข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวก จุดเด่นของรุ่นนี้คือใช้เลือดเพียง 0.7 ไมโครลิตรเท่านั้น และสามารถเจาะตรวจได้หลายตำแหน่ง ทั้งปลายนิ้ว ฝ่ามือ หรือปลายแขน ให้ผลตรวจรวดเร็วภายใน 5 วินาที พร้อมแสดงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 7 วัน 14 วัน และ 30 วัน ช่วยให้ติดตามแนวโน้มน้ำตาลได้ง่ายขึ้น
          ตัวเครื่องบันทึกผลการตรวจได้ 500 ค่า รับประกันนาน 3 ปี ในชุดประกอบด้วยปากกาเจาะเลือด เข็ม 10 ชิ้น และแถบตรวจ 50 ชิ้น ในราคาปกติ 2,890 บาท เหมาะกับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเลือกตำแหน่งเจาะเลือด

5. เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ASSURE G-425-3

เครื่องวัดน้ําตาลในเลือด ASSURE G-425-3

ภาพจาก : assure-medicare.com

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ASSURE รุ่น G-425-3 มาพร้อมปากกาเจาะเลือดที่ปรับระดับความลึกได้ถึง 9 ระดับ จึงเลือกความเจ็บให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละคนได้ และใช้เลือดเพียงหยดเดียวก็สามารถอ่านผลได้รวดเร็วภายใน 5 วินาที ตัวเครื่องรองรับการเก็บข้อมูลการทดสอบย้อนหลังได้ 20 ครั้ง พร้อมฟังก์ชันตั้งเตือนเวลาตรวจน้ำตาล และมีระบบดีดแถบตรวจออกอัตโนมัติ
          ในเซตให้มาครบชุด ทั้งเครื่องวัดขนาดกะทัดรัด ปากกาเจาะเลือด แผ่นตรวจ และกระเป๋าสำหรับจัดเก็บ ช่วยให้พกพาไปใช้นอกบ้านได้สะดวก อีกทั้งยังรับประกันตลอดอายุการใช้งาน แม้ราคาปกติจะอยู่ในหลักพันต้น ๆ แต่มักมีโปรโมชั่นลดราคาเหลือไม่ถึง 500 บาท

6. เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ALLWELL GLUCOSURE AUTOCODE

เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ALLWELL GLUCOSURE AUTOCODE

ภาพจาก : Allwell Official Shop

          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด GlucoSure AutoCode รุ่นยอดนิยมจาก Allwell เป็นสินค้าเกรดเครื่องมือแพทย์ ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการตรวจวัดในชีวิตประจำวัน สามารถบันทึกผลย้อนหลังได้ 300 ค่า พร้อมระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน ช่วยประหยัดแบตเตอรี่
          หนึ่งชุดประกอบด้วยแผ่นตรวจน้ำตาล ปากกาและเข็มสำหรับเจาะเลือด รวมถึงกระเป๋าสำหรับจัดเก็บ รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ราคาปกติอยู่ที่ 2,490 บาท แต่ถ้าเจอช่วงโปรโมชั่นแฟลชเซลล์หรือมีคูปองส่วนลด ก็อาจซื้อได้ในราคาไม่ถึง 1,000 บาท

7. เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด SMD Dreisam CGM D1 Pro

เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด SMD Dreisam CGM D1 Pro

ภาพจาก : Avarin Running

          สำหรับคนที่สนใจเครื่องวัดน้ำตาลแบบไม่เจาะเลือด หรือแบบ CGM ลองพิจารณา SMD Dreisam D1 Pro CGM ซึ่งเป็นระบบเซนเซอร์ที่สามารถติดตามระดับกลูโคสได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยอ่านและแสดงค่าทุก 3 นาที พร้อมแจ้งเตือนเมื่อระดับน้ำตาลสูงหรือต่ำผิดปกติ
          ตัวเซนเซอร์เชื่อมต่อผ่านบลูทูธและแสดงผลแบบเรียลไทม์ผ่านสมาร์ตโฟน ช่วยให้ติดตามค่าน้ำตาลได้สะดวกโดยไม่ต้องเจาะเลือดซ้ำ ๆ นอกจากนี้ยังสามารถดูข้อมูลย้อนหลังและแนวโน้มคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ผ่านกราฟแสดงผลรายวัน รายสัปดาห์ และค่าเฉลี่ย 14 วัน ช่วยให้เห็นภาพรวมการเปลี่ยนแปลงของน้ำตาลได้ชัดเจนขึ้น โดยเซนเซอร์หนึ่งชุดสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน 14 วัน ในราคาปกติ 2,875 บาท

8. เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด YUWELL Anytime CT3

เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด Yuwell รุ่น CT3

ภาพจาก : Yuwell Thailand Store

          YUWELL Anytime CT3 เป็นเครื่องวัดน้ำตาลแบบเซ็นเซอร์ (CGM) ที่สามารถติดตามระดับน้ำตาลได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมอัปเดตค่าทุก 3 นาที ภายในชุดประกอบด้วยตัวส่งสัญญาณ (Transmitter) ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่และใช้งานได้นานสูงสุด 2 ปี (รับประกันศูนย์ไทย 2 ปี) และ แผ่นเซ็นเซอร์ที่ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 14 วัน ก่อนเปลี่ยนแผ่นใหม่
          ตัวเครื่องสามารถส่งข้อมูลไปยังสมาร์ตโฟนเพื่อดูค่าระดับน้ำตาลแบบเรียลไทม์ รวมถึงแชร์ข้อมูลให้ผู้ดูแลติดตามผลได้ผ่านแอปพลิเคชัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเฝ้าติดตามระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง โดยราคาปกติแบบครบเซตอยู่ 3,590 บาท แต่ในช่วงโปรโมชั่นอาจเหลือแค่ 2,000 บาทต้น ๆ

ค่าน้ำตาลในเลือดปกติควรอยู่ที่เท่าไร

          การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง สามารถแบ่งผลได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้

  • ระดับน้ำตาลปกติ : 70-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • ภาวะเสี่ยงเบาหวาน (ภาวะก่อนเบาหวาน) : 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • ภาวะเบาหวาน : ตั้งแต่ 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป
          อย่างไรก็ตาม แม้ผลตรวจครั้งเดียวจะได้ค่า 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากค่าน้ำตาลอาจคลาดเคลื่อนได้จากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการงดอาหารไม่ครบตามเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันผล ก่อนจะวินิจฉัยอย่างแน่ชัด
          นอกจากนี้ ยังมีการตรวจอีกประเภทหนึ่งที่ช่วยยืนยันผลได้แม่นยำขึ้น คือการตรวจ HbA1c ซึ่งเป็นการวัดค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลในเลือดย้อนหลังประมาณ 2-3 เดือน แตกต่างจากการตรวจน้ำตาลแบบปกติที่บอกค่าน้ำตาล ณ ขณะนั้น การตรวจ HbA1c จึงช่วยสะท้อนภาพรวมการควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่า และไม่จำเป็นต้องงดอาหารก่อนตรวจ

ตรวจน้ำตาลเวลาไหนดี

ตรวจน้ำตาลเวลาไหนดี

          หากใช้เครื่องวัดน้ำตาลปลายนิ้วที่บ้าน แนะนำให้เลือกช่วงเวลาตรวจดังนี้

  • ก่อนอาหารเช้า (ตอนตื่นนอน) : เป็นค่าที่สะท้อนน้ำตาลขณะอดอาหาร (Fasting) ใกล้เคียงกับการตรวจที่โรงพยาบาล โดยควรตรวจก่อนแปรงฟัน ก่อนดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร 
  • ก่อนมื้ออาหารหลัก (เช้า กลางวัน เย็น) : ช่วยดูแนวโน้มน้ำตาลก่อนเริ่มมื้ออาหารแต่ละมื้อ เหมาะสำหรับคนที่ต้องปรับยาหรืออินซูลินตามค่าน้ำตาล
  • หลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง : นับเวลาจากมื้อแรกที่เริ่มรับประทาน ใช้ดูว่าร่างกายจัดการน้ำตาลหลังอาหารได้ดีแค่ไหน
  • ก่อนนอน : ช่วยเช็กว่าน้ำตาลอยู่ในระดับปลอดภัยก่อนเข้านอน โดยเฉพาะผู้ที่ฉีดอินซูลิน เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำตอนกลางคืน
          ทั้งนี้ ความถี่และช่วงเวลาในการตรวจอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

เทคนิคการตรวจน้ำตาลให้แม่นยำ

          ม้จะใช้เครื่องวัดน้ำตาลรุ่นเดียวกัน แต่หากตรวจไม่ถูกวิธี ก็อาจส่งผลให้ค่าที่ได้เพี้ยนไปจากความเป็นจริง ดังนั้น ควรปฏิบัติตามนี้ก่อนตรวจวัดน้ำตาลในเลือด

  • เช็กแผ่นตรวจทุกครั้ง โดยตรวจสอบวันหมดอายุก่อนใช้งานเสมอ และเก็บแผ่นตรวจไว้ในที่แห้ง ไม่โดนแดดหรือความชื้นสูง
  • ล้างมือด้วยน้ำสบู่และเช็ดให้แห้งก่อนเจาะ ไม่ควรเจาะทันทีหลังเช็ดแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ที่ยังไม่แห้งสนิทอาจผสมกับหยดเลือดและทำให้ค่าคลาดเคลื่อนได้
  • ใช้เข็มใหม่แกะกล่องตามคำแนะนำของผู้ผลิตทุกครั้ง เพื่อความสะอาดและช่วยลดความเจ็บขณะเจาะ
  • ควรเจาะบริเวณด้านข้างปลายนิ้วจะเจ็บน้อยกว่าตรงกลาง 
  • ไม่ควรบีบเค้นปลายนิ้วแรงเกินไป เพราะน้ำในเนื้อเยื่ออาจปนออกมาผสมกับเลือด ทำให้ค่าน้ำตาลที่ได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
  • หมุนเวียนเปลี่ยนนิ้วหรือตำแหน่งเจาะไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันผิวหนังด้านหนาหรือเกิดพังผืด
  • ควรตรวจในเวลาใกล้เคียงกันของทุกวัน เพื่อให้สามารถนำผลมาเปรียบเทียบและติดตามแนวโน้มได้อย่างแม่นยำ 
  • จดบันทึกค่าที่ตรวจได้พร้อมเวลาและมื้ออาหาร เพื่อนำไปให้แพทย์ประเมินการรักษาในการนัดครั้งถัดไป

ข้อควรรู้และข้อควรระวังก่อนใช้งาน

          เพื่อให้ได้ผลตรวจที่ถูกต้องและใช้งานได้อย่างปลอดภัย ควรคำนึงถึงข้อควรระวังต่อไปนี้
  • อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตทุกครั้งก่อนใช้งาน
  • เครื่องวัดน้ำตาลในเลือดเป็นอุปกรณ์สำหรับติดตามระดับน้ำตาล ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยโรค หรือใช้ปรับยาและการรักษาด้วยตนเองได้ ผู้ป่วยเบาหวานควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • เครื่องวัดน้ำตาลแต่ละรุ่นอาจมีค่าความคลาดเคลื่อนที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จึงอาจได้ผลแตกต่างจากการตรวจในห้องปฏิบัติการเล็กน้อย
  • หากผลตรวจไม่สอดคล้องกับอาการ หรือสงสัยว่าผลตรวจผิดปกติ ควรตรวจซ้ำ และปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
  • ไม่ควรใช้ปากกาเจาะเลือด เข็มเจาะ หรือเซ็นเซอร์ (ในกรณีเครื่องวัดน้ำตาลแบบ CGM) ร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • ควรเปลี่ยนเข็มเจาะ แผ่นตรวจ หรือเซ็นเซอร์ตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด และเก็บรักษาอุปกรณ์ให้ถูกวิธี
  • หากตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 มก./ดล. หรือสูงกว่า 250-300 มก./ดล. ร่วมกับมีอาการผิดปกติ เช่น เหงื่อออกมาก มือสั่น ใจสั่น เวียนศีรษะ ซึม สับสน หรือหมดสติ ควรรีบพบแพทย์ทันที
          เครื่องวัดน้ำตาลในเลือดมีให้เลือกทั้งแบบเจาะเลือดปลายนิ้วและแบบเซ็นเซอร์ โดยแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ก่อนตัดสินใจซื้อควรพิจารณาทั้งมาตรฐานของเครื่อง ความสะดวกในการใช้งาน ราคาแผ่นตรวจ รวมถึงค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพื่อให้เลือกเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาลในเลือด

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมรุ่นใช้งานง่าย เลือกได้ทั้งแบบเจาะ-ไม่เจาะเลือด อัปเดตล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 06:34:13
TOP
x close