ไม่กินหวาน แต่น้ำตาลพุ่งได้ หมอเปิด 5 มื้อใกล้ตัวที่อาจมองข้าม ใครยังเผลอทำรีบแก้

           น้ำตาลหลังอาหารยังสูง อาจไม่ได้มาจากของหวานเพียงอย่างเดียว หมอเจดชี้ 5 ของคาวใกล้ตัวที่คนคุมน้ำตาลมักมองข้าม พร้อมแนะวิธีจัดมื้อให้เหมาะสม

อาหารน้ำตาลสูง

           วันที่ 21 สิงหาคม 2569 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ในหัวข้อ "ไม่กินหวานแต่ น้ำตาลพุ่งได้! 5 ของคาวที่คน คุมน้ำตาลพลาด !" เผยความจริงของอาหารคาวใกล้ตัวก็มีส่วนทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะหากรับประทานในปริมาณมากหรือมีแป้งซ้อนกันหลายอย่างในมื้อเดียว พร้อมแนะนำวิธีจัดมื้อให้เหมาะสมสำหรับคนที่กำลังคุมน้ำตาล

           หลายคนเวลาคุมน้ำตาลจะเริ่มจากงดน้ำหวาน งดขนม งดเค้กก่อนเลย ซึ่งดีมาก แต่พอตรวจน้ำตาลหลังอาหารกลับยังสูง ก็เริ่มงงว่า ผมไม่ได้กินหวานเลยนะหมอ แล้วน้ำตาลมาจากไหน ?

           คำตอบคือ น้ำตาลในเลือดไม่ได้มาจากของหวานอย่างเดียว เพราะอาหารคาวหลายอย่างมีคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งเยอะ พอย่อยแล้วก็กลายเป็นกลูโคสได้เหมือนกัน และปริมาณที่กินก็มีผลมาก

           ถ้าช่วงนี้กำลังคุมน้ำตาล แต่ตัวเลขหลังอาหารยังขึ้น ลองเช็ก 5 ของคาวนี้

อาหารน้ำตาลสูง

1. ข้าวขาวจานใหญ่ ถึงไม่หวานก็ทำให้น้ำตาลขึ้นได้


           ข้าวไม่ได้มีรสหวาน แต่ข้าวเป็นคาร์โบไฮเดรต และเมื่อย่อยแล้วร่างกายจะเปลี่ยนเป็นกลูโคส

           ปัญหาจึงไม่ใช่ว่า กินข้าวได้ไหม ? แต่ต้องดูว่า กินเท่าไร และกินคู่กับอะไร ?

           ข้าวสองสามทัพพีใหญ่กับหมูทอดหนึ่งจาน โดยแทบไม่มีผัก กับข้าวปริมาณพอเหมาะที่กินร่วมกับโปรตีนและผักเยอะ ๆ ผลต่อน้ำตาลหลังมื้ออาจต่างกัน

           ไม่ได้หมายความว่าคนคุมน้ำตาลต้องเลิกกินข้าว เพราะอาหารที่มีแป้งยังอยู่ในมื้อได้ แต่ปริมาณสำคัญมาก และแนะนำให้คาร์โบไฮเดรตอยู่ประมาณหนึ่งในสี่ของจาน เป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ สำหรับการจัดมื้อ

           ถ้ากินข้าวแล้วน้ำตาลพุ่งง่าย ผมจะไม่เริ่มจากงดข้าวตลอดชีวิต แต่เริ่มจากลดขนาดกองข้าวลง แล้วเพิ่มโปรตีนกับผักให้มื้อยังอิ่ม

อาหารน้ำตาลสูง

2. ก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ เส้นใหญ่ หรือขนมจีน ไม่หวาน แต่เส้นก็คือแป้ง


           อันนี้หลายคนเผลอ เพราะรู้สึกว่าไม่ได้กินข้าว กินก๋วยเตี๋ยวแทน น่าจะเบากว่า

           แต่เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ เส้นใหญ่ ขนมจีน หรือบะหมี่ ส่วนใหญ่ก็มีคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบหลัก

           ดังนั้นเปลี่ยนจากข้าวหนึ่งจานใหญ่ไปเป็นเส้นสองก้อนใหญ่ น้ำตาลก็ไม่ได้หายไปไหน

           ยิ่งบางมื้อเป็นเส้นเยอะ ลูกชิ้น เกี๊ยว แคบหมู แล้วเติมน้ำตาลในเครื่องปรุงอีก จากที่คิดว่าเป็นมื้อเบา ๆ ก็กลายเป็นคาร์โบไฮเดรตหลายชั้นได้

           ถ้าชอบกินก๋วยเตี๋ยว ไม่ต้องเลิก ลองลดเส้น เพิ่มผัก เพิ่มเนื้อ ไข่ หรือโปรตีน และไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม จะช่วยให้จัดมื้อได้ง่ายขึ้น

           เพราะเวลาคุมน้ำตาล เราดูคาร์โบไฮเดรตทั้งหมด ไม่ใช่ดูแค่คำว่าน้ำตาลบนลิ้น

อาหารน้ำตาลสูง

3. ข้าวเหนียว โจ๊ก ข้าวต้ม ก็กินเพลินจนปริมาณเกินได้ง่าย


           อาหารบางอย่างมีภาพจำว่าเบา ๆ ย่อยง่าย ๆ

           โจ๊กตอนเช้า ข้าวต้มตอนป่วย ข้าวเหนียวปั้นเล็ก ๆ กับไก่ย่าง

           แต่พอเป็นเรื่องน้ำตาล ต้องดูปริมาณแป้งด้วย

           โดยเฉพาะโจ๊กหรือข้าวต้ม หลายคนกินแล้วไม่รู้สึกว่าได้ข้าวเยอะ เพราะมีน้ำผสมอยู่มาก จึงอาจเติมอีกชามหรือกินคู่กับของอื่นจนคาร์โบไฮเดรตรวมสูงขึ้นได้

           ส่วนข้าวเหนียว ปั้นหนึ่งดูไม่ใหญ่ สองปั้นก็ยังดูไม่เยอะ คุยไปคุยมา กินเพลิน ๆ อ้าว หมดกระติ๊บแล้ว

           ดังนั้นอย่าดูจากว่าอาหารดูเบาหรือไม่ ให้ดูปริมาณอาหารแป้งจริงในมื้อด้วย

           และถ้าจะกิน ให้มีโปรตีนกับผักร่วม เพราะการกินคาร์โบไฮเดรตร่วมกับโปรตีน ไขมันที่เหมาะสม และใยอาหาร สามารถช่วยให้การดูดซึมกลูโคสค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าการกินแป้งล้วน ๆ

4. ของทอดชุบแป้งและอาหารแปรรูป บางทีแป้งซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด


           ไก่ทอดชุบแป้ง หมูทอดชุบเกล็ดขนมปัง ทอดมัน นักเก็ต ลูกชิ้นบางชนิด และอาหารแช่แข็งบางแบบ

           หลายคนมองแล้วคิดว่า นี่โปรตีนหมอ ไม่ได้กินของหวาน

           แต่ต้องดูให้ดี เพราะอาหารเหล่านี้บางชนิดมีทั้งแป้งที่ใช้ชุบ แป้งที่ผสมในเนื้อ และน้ำจิ้มหวานตามมาอีก

           ไม่ได้หมายความว่าไก่ทอดหนึ่งชิ้นจะทำให้น้ำตาลพุ่งทุกคน แต่ถ้ามื้อหนึ่งมีข้าวเยอะ ไก่ชุบแป้งทอด มันฝรั่ง และน้ำจิ้มหวาน เรากำลังได้แป้งหลายแหล่งพร้อมกันโดยที่บนโต๊ะไม่มีขนมสักชิ้น

           อาหารแปรรูปยังอาจมีทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโซเดียมเพิ่มเข้ามาอีก จึงควรดูฉลากและภาพรวมของมื้อ

5. น้ำจิ้ม ซอสปรุงรส และอาหารรสหวานเค็ม น้ำตาลซ่อนได้แบบไม่รู้ตัว


           ข้อนี้ผมว่าคนพลาดกันเยอะ เพราะเรามองว่าเป็นเครื่องปรุงเลยไม่นับเป็นอาหาร

           น้ำจิ้มไก่ ซอสเทอริยากิ ซอสบาร์บีคิว น้ำราดหมูแดง น้ำราดข้าวหน้าไก่ และซอสผัดบางชนิด

           หลายสูตรมีน้ำตาลเติมอยู่ และถ้าเทราดหลายช้อนก็เพิ่มคาร์โบไฮเดรตเข้ามาได้โดยไม่รู้สึกว่ากำลังกินของหวาน พวกซอสและหมักรสบางชนิดสามารถเติมน้ำตาลและพลังงานเข้ามาในอาหารโปรตีนได้

           ตรงนี้ไม่ได้แปลว่าต้องกินอาหารจืดจนชีวิตไม่มีความสุขนะ ใช้ได้ แต่ลองเปลี่ยนจากราดให้ชุ่มเป็นจิ้มพอมีรส

           บางครั้งลดน้ำตาลได้ง่ายกว่าการไปลดข้าวอีกครึ่งทัพพีอีกนะ

ถ้าอยากกินของคาวแล้วน้ำตาลไม่พุ่งง่าย ให้จัดจานแบบนี้

           - ให้ประมาณครึ่งจานเป็นผักที่ไม่ใช่แป้ง

           - ประมาณหนึ่งในสี่เป็นโปรตีน เช่น ปลา ไข่ ไก่ เต้าหู้ หรือเนื้อสัตว์ตามความเหมาะสม

           - อีกประมาณหนึ่งในสี่เป็นข้าว เส้น มัน หรือคาร์โบไฮเดรต เป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ

           - ถ้ากินข้าวแล้ว อย่าซ้อนแป้งหลายอย่างในมื้อเดียวโดยไม่รู้ตัว เช่น ข้าว เส้น ของทอดชุบแป้ง และของหวาน

           - ซอสและน้ำจิ้มให้ใช้พอประมาณ โดยเฉพาะสูตรหวาน

           - ถ้ามีเครื่องตรวจหรือ CGM ลองดูน้ำตาลหลังอาหารของตัวเอง เพราะอาหารชนิดเดียวกัน ปริมาณเท่ากัน คนสองคนอาจตอบสนองไม่เหมือนกัน

           และผมไม่อยากให้กลัวคาร์โบไฮเดรตจนตัดออกหมดนะ คนเป็นเบาหวานหรือกำลังคุมน้ำตาลยังสามารถกินอาหารที่มีแป้งได้ สิ่งสำคัญคือปริมาณ คุณภาพ และการจัดองค์ประกอบของมื้อให้เหมาะกับตัวเอง


           ถ้าคุณบอกว่า ผมไม่กินหวานเลย แต่น้ำตาลยังสูง ผมจะไม่ถามแค่เรื่องขนม

           ผมจะถามต่อว่า ข้าวกี่ทัพพี ? เส้นเยอะแค่ไหน ? มื้อนั้นมีแป้งซ้อนกันกี่อย่าง ? ของทอดชุบแป้งไหม ? แล้วน้ำจิ้มราดไปเท่าไร ?

           เพราะลิ้นเราอาจบอกว่าไม่หวาน แต่ร่างกายมองอาหารเป็นสารอาหาร แป้งจำนวนมากก็ถูกย่อยเป็นกลูโคสและทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้

           ดังนั้นไม่ต้องเลิกกินของคาวที่ชอบ แค่เริ่มมองให้เห็นว่าแป้งซ่อนอยู่ตรงไหน ลดปริมาณให้พอดี แล้วเติมโปรตีนกับผักเข้ามาช่วยจัดมื้อ

           คุมน้ำตาลไม่ใช่เกมจับผิดว่าใครแอบกินน้ำตาล แต่เป็นการจัดทั้งจานให้ร่างกายรับมือได้ดีขึ้น

           ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไร คอมเมนต์กันมาได้เลยนะ


ขอบคุณข้อมูลจาก
 
เฟซบุ๊ก หมอเจด


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไม่กินหวาน แต่น้ำตาลพุ่งได้ หมอเปิด 5 มื้อใกล้ตัวที่อาจมองข้าม ใครยังเผลอทำรีบแก้ อัปเดตล่าสุด 21 สิงหาคม 2569 เวลา 15:17:00 9,959 อ่าน
TOP
x close