วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ราคาของความไม่มีเส้นสาย
ในสังคมไทย มีความจริงอันเจ็บปวดข้อหนึ่งที่ถูกส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น นั่นคือประโยคที่ว่า “ความสามารถทำให้เราก้าวหน้า (ได้บ้าง) แต่เส้นสายทำให้เราก้าวพ้น” ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ทศวรรษ โครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจของไทยยังคงขับเคลื่อนด้วยกลไกคู่ขนานที่น่ารังเกียจ นั่นคือ “ถ้าไม่มีเส้นสายก็ต้องจ่ายด้วยสินบน” วงจรนี้ฝังรากลึกจนกลายเป็น “ค่าผ่านทาง” ในแทบทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่เปลเด็กไปจนถึงเชิงตะกอน
ข่าวการทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย ที่มีการทุจริตติดสินบนอย่างอื้อฉาวเป็นขบวนการ ในจำนวนเงินหลายพันล้าน หากมองเพียงแค่กระบวนการโกงก็มองได้ระดับหนึ่ง แต่หากมองให้ลึกถึงวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ ที่ต้องวิ่งเต้นเส้นสายหรือติดสินบนจึงจะก้าวหน้า สะท้อนความไม่เชื่อมั่นของคนไทยจำนวนมากว่า ความสามารถของตนจะเป็นประโยชน์และช่วยตัวเองได้อย่างเพียงพอ
จากห้องเรียนถึงผืนป่า : ราคาของความไม่มีเส้นสาย
เมื่อลองกางแผนที่ความอยุติธรรมในสังคมไทย เราจะพบว่าเม็ดเงินและอิทธิพลได้เข้าแทนที่ความถูกต้องอย่างเบ็ดเสร็จ:
n พื้นที่แห่งอนาคต: เด็กเก่งที่ไร้ต้นทุนหลุดมือจากโรงเรียนชื่อดังอย่าง สาธิต, เตรียมอุดม,สวนกุหลาบ หรือเทพศิรินทร์ เพียงเพราะเก้าอี้บางตัวถูกจับจองไว้ล่วงหน้าด้วยลูกนาย เส้นสาย หรือ “เงินบริจาคพิเศษ”
ไม่เว้นแม้แต่อู่ข้าวอู่น้ำของความยุติธรรม และรั้วของชาติอย่าง โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และโรงเรียนนายร้อย จปร. ที่หลายคนต้องใช้ “ตั๋ว”และเงินก้อนโตเพื่อแลกโอกาสรับใช้ชาติ แม้เรียนจบจะสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทยก็ต้องวิ่งเต้นเส้นสายหรือจ่ายเงินดังที่เป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้
n พื้นที่ทำกินและป่าต้นน้ำ: ที่ดินสาธารณะ ที่ดินของรัฐ ป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ แม้แต่ผืนป่าใกล้มรดกโลกอย่างเขาใหญ่ หรือที่ดินพิพาทระดับประเทศอย่างเขากระโดง รวมถึงที่ดินวัดซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ กลับถูกเปลี่ยนมือไปเป็นโรงแรมหรูและสนามกอล์ฟของกลุ่มทุนการเมือง เพียงเพราะมีเส้นสายคอยค้ำชูและมีเศษเงินสินบนคอยเบิกทาง
n พื้นที่ทางเศรษฐกิจและกฎหมาย: ในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต ธุรกิจสีเทา และการบุกรุกชายหาดที่สาธารณะของทั้งคนไทยและต่างชาติเติบโตอย่างอบอุ่นภายใต้ร่มเงาของการจ่ายส่วย ขณะที่ชาวบ้านตัวเล็กๆ ที่ทำมาหากินสุจริตกลับถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด
และเมื่อใดที่เกิดคดีความ “ตาชั่ง” ของตำรวจหรืออัยการ ในหลายเขตหลายพื้นที่ ก็พร้อมจะเอียงกระเท่เปลี่ยนผิดเป็นถูก เปลี่ยนหนักเป็นเบา ให้กับผู้ที่มีเงินจ่ายมากพอ
.png)
ข้อสังเกตสำคัญ: สินบนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มี “ผู้มีอำนาจ” คอยดลบันดาล และในกรณีอื้อฉาวระดับประเทศอย่าง การทุจริตสอบเข้าข้าราชการส่วนท้องถิ่นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่สะพัดนั้น ข้าราชการระดับสูงและรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงไม่มีทางที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ว่า “ไม่รู้ ไม่เห็นไม่เป็นใจ”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงควรแสดงความรับผิดชอบลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย หรือไม่นายกรัฐมนตรีก็ควรจะปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และดำเนินการตรวจสอบเอาผิดอย่างจริงจัง
“ไข่ต้มและน้ำปลาร้า”: ภาพสะท้อนศรัทธาที่ไร้ที่พึ่ง
ความน่ากลัวที่สุดของระบบอุปถัมภ์ ไม่ใช่การที่มันพรากเงินในกระเป๋าเราไป แต่คือการที่มัน “ทำลายความเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์” ลงอย่างย่อยยับ จนคนไทยไม่เชื่ออีกต่อไปว่าความรู้ ความสามารถ และความเพียรพยายามจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จได้วิกฤตศรัทธาในตัวเองนี้ สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านวัฒนธรรม “การบนบานศาลกล่าว”
เมื่อเผชิญกับโครงสร้างและระบบของรัฐที่พึ่งพาไม่ได้ คนไทยจึงคุ้นชินกับการเข้าหาผู้มีอำนาจเพื่อขอความช่วยเหลือพวกเขาจึงนำพฤติกรรมนี้ไปใช้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดวาอารามและศาลเจ้ากลายเป็นพื้นที่จำลองของระบบอุปถัมภ์การ “บน” คือการทำสัญญาล่วงหน้า และการ “แก้บน” ก็คือการจ่ายสินบนย้อนหลังเมื่อคำขอสำเร็จ
ลัทธิไข่ต้ม: ถ้าเชื่อว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้มีอำนาจท่านชอบไข่ต้ม เมืองฉะเชิงเทราและอีกหลายจังหวัดจึงเกิดธุรกิจขายไข่ต้มเป็นล้านๆ ฟอง เพื่อตอบสนองตั๋วแก้บน มีบริการรับจ้างแก้บนเสร็จสรรพโดยที่ผู้ขอไม่ต้องเดินทางไปด้วยซ้ำ
เครื่องเซ่นสะท้อนระบบ : ถ้าคิดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชอบเหล้า หรือน้ำปลาร้า สิ่งเหล่านั้นก็ถูกนำมาประเคน
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของศาสนาหรือความเชื่อ แต่มันคือภาพสะท้อนทางจิตวิทยาของสังคมที่มองว่า ทุกอย่างในชีวิตต้องมี “ผู้ดลบันดาล” และผู้ดลบันดาล...ล้วนต้องการผลประโยชน์ตอบแทน
บทสรุปและแนวทางแก้ไข: ทลายโครงสร้างอุปถัมภ์:คืนความหวังให้ความสามารถ
หากเราต้องการหยุดยั้งลัทธิฝากตัวและตั๋วแก้บนนี้ สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่แค่การจับกุมคนโกงเป็นรายบุคคล เอาผิดลงโทษแต่เฉพาะตัวเล็กตัวน้อย หรือแม้แต่เอาผิดทั้งขบวนการเท่านั้น
แต่คือการ ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมเศรษฐกิจและกระบวนการยุติธรรม ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า “ระบบ” ปกป้องเขาได้ โดยไม่ต้องคลานเข่าไปหาคนมีสี บ้านใหญ่หรือผู้มีอิทธิพล บารมี
กลไกสำคัญที่จะตัดวงจรนี้ได้คือ “การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง”
หัวใจของการกระจายอำนาจคือการลดทอนอำนาจการผูกขาดจากส่วนกลาง กระจายอำนาจการตัดสินใจให้ท้องถิ่นเป็นสิ่งที่ที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เพียงกระจายคน กระจายเงินเพียงบางส่วน และมอบหมายอำนาจให้ดำเนินการได้ในบางเรื่อง แต่ต้องให้ท้องถิ่นสามารถมีอำนาจทำได้ทุกเรื่อง เว้นแต่เรื่องอะไรทำไม่ได้ก็ให้ระบุ
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ การจัดสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยไม่ควรรวบอำนาจมาจัดสอบเองทั้งหมดจากส่วนกลาง เพราะเมื่อใดที่อำนาจถูกรวมไว้ที่ศูนย์กลาง เม็ดเงินทุจริตจะกลายเป็นก้อนมหึมาและกระจายผลประโยชน์กันในระดับนโยบายที่ตรวจสอบได้ยาก
ในทางกลับกัน ควรปล่อยให้แต่ละท้องถิ่นดำเนินการจัดสอบเองตามความต้องการจริง หากจะเกิดการทุจริตหรือติดสินบนบ้างในบางพื้นที่ มันจะกลายเป็นแผลขนาดเล็กในระดับพื้นที่ ซึ่งแก้ไขได้ง่ายกว่า และที่สำคัญที่สุด ชาวบ้านในพื้นที่ที่จับตาดูกลุ่มคนที่พวกเขาเลือกมาจะเป็นผู้ควบคุม ตรวจสอบ และลงโทษทางสังคมได้ดีที่สุด เพราะนั่นคือภาษีและอนาคตของลูกหลานพวกเขาเอง
ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องเปลี่ยนจากระบบที่ขับเคลื่อนด้วย “บุญคุณและทุนทรัพย์” ไปสู่สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ “ความถูกต้องและเท่าเทียม” เพื่อให้ลูกหลานของเราเติบโตมาด้วยความเชื่อมั่นว่า... ความเก่งและความดีในตัวพวกเขา มีค่ามากกว่าตั๋วฝากของใครบางคน
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

กทม.เดินหน้าแผนปฏิบัติการแห่งชาติ สู้ภูมิอากาศบิดเบี้ยว มุ่งแก้ปัญหาทุกมิติเพื่อความยั่งยืน
จัดทัพสีกากีระอุ! ผบ.ตร.สั่งลั่นระฆังโยกย้าย เปิดบัญชี เหมาะ-ไม่เหมาะ เรียงแถวฝีมือ ชิงเก้าอี้นายพลปี 69
สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าบราซิล 25% อ้างการค้าไม่เป็นธรรม
หนุ่ม 30+ โอด! โปรไฟล์แน่น-จบ ป.โท แต่ชวดงาน เพราะ 'เกรด ป.ตรี' ฝากเตือน Gen Z ตั้งใจเรียน
อวสานขูดรีด! ลอรี่ เผย ก.พลังงาน รื้อนิยามใหม่ ไฟห้องเช่า-บ้านไร้ทะเบียน ต้องถูกลง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี